| Fergy's profilePoPcOrNPhotosBlogLists | Help |
|
October 31 เรื่องรับไม่ได้ วันนี้เปนวันที่ดีมากวันนึง มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นมากมาย จนกระทั่งตอน 19.45 น ง้วนน้องรักในภาคคนนึงโทรมาเล่าให้ฟัง เกี่ยวกะเรื่อง ขโมย ในภาค ซึ่งจะบอกไว้เลยนะสำหรับน้องภาคปีสี่ทุกคน ต้องการให้อ่านอย่างยิ่ง ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณมากที่สงสัยว่าพี่เปนคนเอาไป ขอบคุณจิงๆ จะบอกให้ก่อนเลยว่า ถ้าไม่ต้องการให้กูอยู่ในห้องนี้ บอกมาคำเดียว ไม่ต้องพยายามหาเรื่องใส่ร้ายให้มันปวดหัวของพวกน้องๆหรอกนะ จะไม่แก้ตัวอะไรมาก แค่จะบอกว่าพี่เคยอยู่ในห้องนี้มาก่อนทุกคน เคยเผชิญกับเรื่องของหายในห้องนี้มามากกว่าทุกคน ตั้งแต่มีพี่คนนึงโน๊ตบุ๊คหาย จนตำรวจต้องมาที่ห้องภาค หรือทั้งเรื่องกระเป๋าตังหาย รวมทั้งตัวเองที่เคย talking dict และกระเป๋าตังซึ่งมีเงินอยู่สองพันหายมาก่อน ถ้าลองนึกดีๆ ว่ามีคนๆนึงโวยวายทุกครั้งที่เหนมีคนวางกระเป๋าตังมั่วซั่ว หรือเก็บกระเป๋าตังน้องปีสามคนนึงได้ที่ห้องคอมแล้วเอาลงมาคืนให้ ทั้งๆที่ไม่มีคนเหน ถ้าระลึกไม่ออกว่าคนๆนั้นเป็นใคร ถ้านึกไม่ออกจะบอกว่าคนๆนั้นคือ (กรู) พี่เอง ขออนุญาตใช้คำไม่สุภาพนะ ทนไม่ไหวว่ะ ว่ากูหาเงินเรียนหาเงินใช้เองมาตั้งแต่อายุ สิบหก ไม่เคยทำอะไรที่มันไม่ช่ายสิ่งที่ผิดๆแบบนี้ในการหาเงิน ถ้าจะกรุณามาเชคได้นะ กรูมีเงินในบันชีรวมๆแล้วหกหมื่นกว่า แถมกะที่สอนพิเศษอยู่ทุกอาทิตย์ไม่ต่ำกว่าอาทิตย์ละสองพัน แล้วให้เหตุผลว่า กูต้องเลี้ยงพี่ซวงทุกวันไม่มีปัญญามีเงินหรอก จนต้องขโมย ขอบคุณมากกที่อุตส่าใช้สมองอันน้อยนิดที่มีคิดเรื่องแบบนี้ได้ ช่วยกรุณาไปถามพี่ซวง หรือชมพู่ดูถ้าชมพู่รู้ หนึ่ง ช่ายกูเลี้ยงข้าวและค่ารถกลับบ้านพี่ซวงทุกวัน ข้าวที่กูเลี้ยงหรอก้อแค่ตึกจุลกะบันชีจานละไม่เกินสามสิบบาทกูมีปัญญา เลี้ยงแค่นี้ ถ้าไปกินที่อื่นที่แพงกว่านี้เช่นไปกินแกงกระหรี่จานละหกเจ็ดสิบ พี่ซวงออกเอง รู้ไว้ด้วยนะ ส่วนเวลากูไปเลี้ยงสายกู กูเก็บตังก่อนเป็นเดือน รู้ไว้ด้วยนะ สอง เวลากูตังหมดซึ่งจะดูได้ช่วงวันสุก กูบอกพี่ซวงว่ากูไม่มีตังตลอดแล้วพี่ซวงจะออกเองหรือเลี้ยงกู เพราะฉะนั้นกูไม่ต้องเสียแรงไปขโมยเงินพวกมึงหรอกนะ ถ้าพวกมึงไม่พอใจหรือเกลียดกูนักบอกมา กูก้อรำคาญพวกมากแล้วกูจะออกไปเอง มีอะไรช่วยมาด่ากะกูตรงๆ ไม่ช่ายไปพูดลับหลัง เหมือนหมาลอบกัด ไม่ชอบ ในเมื่อทำกูหวังดีรักและเป็นห่วงพวกมึงมาตลอด ขอบคุณที่สิ่งที่กูได้รับเป็นเรื่องดีๆแบบนี้ จะได้รู้ไว้ว่าควรทำตัวไงต่อไป October 29 ทุกข์เพราะความเคยชิน ทุกข์แบบนึงที่เกิดขึ้นจากความเคยชิน เคยมาโรงเรียนทุกวัน จบแล้วไม่ได้มาก้อ...ทุกข์ เคยทำงานร่วมกะคนตลอดเวลา แต่พอมาอยู่คนเดียวก้อ...ทุกข์ เคยทำโน่นทำนี้ตลอดเวลา พออยู่เฉยๆก้อ...ทุกข์ เคยเจอหน้าเพื่อนทุกวัน พอไม่ได้เจอก้อ...ทุกข์ เคยทำโน่นทำนี่ด้วยกัน พอทำคนเดียวก้อ...ทุกข์ เคยร้องเพลงด้วยกัน พอร้องคนเดียวก้อ...ทุกข์ เคยอยู้ด้วยกันทั้งวัน พออยู่คนเดียวก้อ...ทุกข์ เคยเหนหน้ากันทุกวัน พอไม่ได้เหนก้อ...คิดถึง เคยนั่งกินข้าวด้วยกัน พอนั่งกินคนเดียวก้อ...กร่อย เคยนั่งรถกลับบ้านด้วยกันทุกวัน พอกลับคนเดียวก้อ...เหงา แต่มีอย่างนึงที่ยังคงเคยอยู่อย่างนั้น ไม่เปลี่ยนแปลง คือ เคยคิดถึงอยู่ทุกวัน ก้อยังคิดถึงอยุ่เรื่อยไป แอ๊บแตต อีกแล้ว เฮ้อออออ October 27 ภาษาที่สอง สาม สี่กะลังบ้า จะเรียนภาษาให้คล่อง ทั้งอังกิด จีนกลาง และญี่ปุ่น ฮ่าๆๆๆ วันนี้เรียนภาษาอังกิดทั้งเช้าและบ่ายเลยทีเดียว ออกจากห้องมาแทบอยากนอน ตอนเช้าเรียนGrammar ตอนบ่ายเรียน Translation เพื่อไปเรียนนอกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก หน้าอาจารย์ที่สอนดูคุ้นๆเหมือนพ่อเพื่อน พอมองนามสกุล อ้าวนามสกุลเพื่อนกะรูนี่หว่า เปนราชบัณดิดด้วย expert มากกกกกกกกกกกกกก มีคำพูดนึงชอบ ภาษาสามารถเรียนได้ แต่ไม่สามารถสอนได้ อ่ออีกคำ การแปลเหมือนผู้หญิง ถ้าจะสละสลวยย่อมไม่ชื่อสัตย์ แต่ถ้าซื้อสัตย์ย่อมไม่สละสลวย เปรียบไปได้ ตอนนี้ยังคงไม่สบายปวดหัวตึ๊บๆ ปล.ต้องขยันเรียนภาษาให้ได้ สู้โว้ยยย October 25 ชีวิตในความกลัววันสองวันนี้ชีวิตหมองหม่นมาก เหมือนท้องฟ้าของบ้านเรา ณ ตอนนี้
ที่มีแต่เมฆมืดครื้มมม และฝนตก
อาจจะเปนเพราะอากาศแบบนี้มั้งที่ทำให้ชีวิตเป็นอย่างนี้
เหตุผลใหญ่ๆเลยคงไม่พ้น THESIS
ครายจะไปรู้เนอะถั่วแระที่เรากินกันอย่างมันปาก
จะมีผลต่อชีวิตคนๆหนึ่งขนาดนี้
ผสมไม่ติดซักที แถมอากาศแบบนี้ไม่มีแดด
เป็นผลต่อถั่วของเรามากๆๆๆ
ไม่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้ การเจริญเติบโต
จากที่เเคยมีแปดข้อก้อเหลือแค่สี่ข้อ
ทั้งคุณมิกกี้เม้าทั้งหลายก้อแวะเวียนมากินกันบ่อยเหลือเกิน
(เด๋วจะโดนยาเบื่ออีกรอบ)
ปัญหาทั้งหมดมีทั้งที่เราสามารถแก้ได้
แต่ส่วนใหญ่...แก้ไม่ได้...แล้วเราจะทำไงดี
ได้เมล็ดที่ผสมติดมาส่วนหนึ่งแล้ว
กะลังจะปลูกเพื่อดูว่าดอกจะเปนสีอะไรถ้าเปนสีม่วงซักห้าเมล็ดก้อดีไป
แต่ถ้า...เป็นสีขาวก้อ.................................นับหนึ่งใหม่
กังวลมากมาย กลัวจนจะบ้าตายอยู่แล้ว
อยากจบแค่สามปีไม่อยากขึ้นปีที่สี่
ถ้าไม่จบภายในสามปีจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าเทอมต่อ
ความกลัวเรื่องพวกนี้แหละที่ทำให้เราหมองหม่น รวมทั้ง....ท้อแท้ เฮ้อออ
มีคำกล่าวไว้ว่า ความกลัวเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเอง จงเอาชนะมัน
เราเคยผจญความกลัวหลายๆอย่างและก้อเอาชนะมันได้ทุกที
แต่เที่ยวนี้ทำไม...ทำไม...ทำไม...ทำไม่ได้
ขอขอบคุณกำลังใจอย่างใหญ่หลวงจากอาจารย์ทุกท่าน เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ และทุกๆคน
โดยเฉพาะเปียเพื่อนรักและน้องสาวสุดที่รักคนใหม่...ลูกตาล
ที่ยอมฟังเราบ่นทุกครั้งที่เกิดปัญหา
และวันนี้ขอบคุณน้องพลอยมาก
การที่พี่ได้ปลอบได้คุยกะหนูกะแม่หนูวันนี้
ทำให้พี่รู้สึกว่าตัวเองต้องเข้มแข็งเพื่อยืนเคียงข้างน้องๆเพื่อนๆที่รักทุกคนต่อไป
สู้โว้ย October 23 คำจำกัดความวันนี้ได้ดูรายการราตรีสโมสร คำพูดนึงของอั้ม อภิชาติ
" คำจำกัดความมสำหรับคนสองคน ไม่ใช่มีแค่คำว่าแฟน
แต่อยู่ที่การกระทำของคนสองคนที่ดูแล เอาใจใส่กันและกัน
ที่มากกว่าเพื่อนทั่วไป "
ชอบอ่ะ ชอบมากๆๆๆๆ ฟังแล้วนึกถึงตัวเองนะ
สำหรับคู่เราหรอ (ขอเออ ออ ไปก่อนนะว่าคู่เรา)
มีคนมาถามเรามากมาย ว่าเปนอารายกัน
เหอะๆจะตอบว่าน้องสาว เราก้อไม่ได้คิดอย่างนั้นก้อไม่สามารถโกหกได้
จะบอกว่าแฟน ก้อไม่เคยตอบตกลงกะเรา
ก้อเลยไม่สามารถตอบใครไปได้เลย ว่าเราเปนอารายกัน
เลยตอบทุกๆคนไปว่า " ไม่รู้ "
มันเป็นทางเดียวที่จะตอบออกไปแล้วเค้าไม่เสียหาย และเราก้อไม่ต้องโกหก
ลองมามองๆดู ได้ดูแลเค้าทุกๆเรื่อง
ตั้งแต่กินข้าว กลับบ้าน ไม่สบาย นอน
ช่วยถือของ คอยแนะนำ และทำทุกๆอย่างที่เราทำได้
มันก้อคือการกระทำที่ได้ดูแลเอาใจใส่กันและกัน ที่มากกว่าเพื่อนหรือน้องทั่วไป
มันโดนใจจิงๆ ถึงแม้ว่าเค้าอาจจะไม่ได้คิดอะไรกะเราก้อเหอะ
แต่พูดได้จากใจจิงเลยว่า
เราไม่แคร์ ไม่สนว่าเค้าจะคิดยังไง
เราขอแค่ว่าเราได้ดูแลเอาใจใส่เค้า ให้เค้าสบายแล้วมีความสุข
เพียงแค่เค้าหันมา ได้เหนเพียงรอยยิ้ม
แค่นั้นแหละ แค่นั้นจิงๆที่เราต้องการ
อาจจะมีคนมองว่าเราทำให้เค้ามากไปรึป่าว
ปล่อยให้เค้าทำเองบ้างเหอะ เด๋วทำไรไม่เปนพอดี
ช่ายก้อจิง
แต่สำหรับตัวเราเราทำแล้วสบายใจมีความสุขนี่นา
เราจึงทำ และไม่เคยคิดที่จะหยุดทำเลยแม้แต่ครั้งเดียว
บางครั้งเหนื่อยนะ เหนื่อยมาก
แต่พอมองไปเค้ายิ้มมาก้อพอแล้ววว
บางครั้งอึดอัดนะที่เราไม่รู้ฐานะตัวเอง
แต่ขอบอกเลยว่าเรามีให้แต่ความจิงใจ
เราคงจะให้ความจิงใจทั้งหมดที่เรามีเท่านั้น
ที่จะแสดงให้เค้าเหนว่า เรา รัก เค้าจิงๆ
ถ้าเราไม่ทำทุ่มเททั้งหมดแบบนี้ คงไม่สามารถได้ใจเค้ามาหรอก จิงมะ
เราเชื่อสักวันต้องมีวันของเรา
ขอบคุณวันเวลาที่เวียนมาให้ได้เจอกัน
ขอบคุณทุกคืนวันที่ได้คิดถึงกันเรื่อยไป
ขอบคุณทุกนาทีกะความทรงจำดีๆที่มีให้
ขอบคุณกะลังใจที่ได้มาเมื่อเจอเธอ
ขอบคุณกะโอกาสที่ให้เราได้ดูแล
ขอบคุณกับความแคร์ที่ให้มาเวลาเผลอ
ขอบคุณรอยยิ้มนั้นของเธอ
ทำให้เรานั้นพร่ำเพ้อฝันถึงเธอแทบทุกคืน
ปล. กลอนนี้อาจจะแปลกๆ วันนี้เปนไรไม่รู้ มันแวปออกมาเองโดยเราไม่รู้ตัว
อาจจะไม่เพราะพริ้งกินใจ แต่เปนสิ่งที่มาจากใจของเราเอง October 19 เธอทั้งนั้นเมื่อวานเกิดเรื่องในบ้านเราจากคนที่เราเรียกว่า...แม่ พูดง่ายๆคือเค้าต้องการเงินจากเรา แล้วเราไม่มีให้ ก้อด่าเราว่าลูกเหี้ย ลูกอกตัญญู รู้มั้ยอายุเท่านี้คนอื่นเค้าเลี้ยงพ่อแม่ ให้นั่งกินนอนกินแล้ว แต่หน้าอย่างมึงทำอะไรได้บ้าง มึงไม่เคยทำอะไรให้กูภูมิใจเลย เหอะๆ เราโดนด่าแบบนี้มาเปนพันๆครั้ง จากคนๆเดิม เราเนี่ยนะเป็นอย่างนั้น ช่ายเราไม่ใช่ลูกที่ดีเลิศมากมายนักหรืออาจจะเหี้ยในสายตาเค้า แต่เรารู้อย่างเดียว ตั้งแต่อายุ 16 เราหาเงินเผื่อใช้จ่ายเรียนเองมาตลอด โดยแทบจะไม่ต้องพึ่งเงินเค้าเลย เรารู้แต่ว่าเค้าเหนื่อย เราเป็นลูกทั้งยังเป็นผู้ชายด้วย เราจะเป็นภาระให้เค้าไม่ได้ ถึงแม้เราจะไม่ได้ให้เค้ามากนัก แต่เราก้อคิดว่าเราจะไม่เอาจากเค้า แค่นี้ยังไม่พอใจอีกหรอ หรือจะเอาแบบลูกเพื่อนคุณที่ทำงานมีเงินแล้วเอาไปแทงบอล จนต้องขายของที่บ้านเพื่อใช้หนี้ ลูกของเพื่อนที่แสนดีของคุณอ่ะ เอาไหม แล้วไปดูลูกคนอื่นนะ เค้ายังแบมือขอเงินพ่อแม่ด้วยซ้ำ แล้วมาว่าเราว่าเรายังช่วยยังเลี้ยงน้องๆคนอื่น เออช่ายทำไม ก้อพวกเค้าเนี่ยแหละที่ทำให้เรามีกะลังใจสู้ต่อไป จากคำพูดที่คุณทำให้ผมคิดว่าจะ...ฆ่าตัวตาย ช่ายคุณต้องทำงานคุณเหนือยคุณบอกว่าเพื่อจะทำให้ที่บ้านมีกิน คุณเลี้ยงผมขนาดนี้ผมยังไม่คิดถึงคุณ ผมแค่อยากบอกว่าผมไม่ต้องการผมหาเลี้ยงชีวิตของผมได้ แต่สิ่งที่ผมอยากได้จากคุณที่ผมเรียกว่า...แม่ คือความเข้าใจ เข้าใจในชีวิตผม ไม่ช่ายไปฟังเพื่อนมาบอกว่าเรียนคณะนี้จบมาไม่มีงานทำ แล้วมาด่าผมว่าโง่มึงจะเรียนไปทำไม ไม่ช่ายมานั่งด่าผมว่าเอาเงินไปซื้อนิยายบ้าๆบอๆทำไม หรือดูติดตามไปสิแมนยูของมึง เอาเงินที่มึงมีมาให้กูใช้ดีกว่า เข้าใจหน่อยว่านั่นคือสิ่งที่ผมรัก ผมไม่ต้องการเงินความมีกิน แต่ผมต้องการความรัก ความเข้าใจ และกำลังใจให้ผมสู้ต่อไป ซึ่งคุณไม่มีให้ผมเลย วันนี้ไป ม ด้วยอารมที่เมื่อคืนนอนเท่าไหร่ก้อไม่หลับ เพราะคำด่าของคนบางคนจนทำให้เราคิดว่าเราไม่มีค่า พูดง่ายๆคือคิดมากจนนอนไม่หลับ อารมบึ้งตึ้งแต่เช้าเมื่อท้องฟ้าที่มีฝนตกหนัก สิบโมงนั่งรถไป ม ถึง ม ราวๆสิบเอ็ดโมงก่าๆ เดินขึ้นบันไดสะพานลอยตรงสามย่านพอขึ้นมาจนจะสุดบันได หน้าของใครบางคนก้อค่อยๆปรากดตรงหน้า เพราะเดินขึ้นจากคนละทางกัน แปลกเนอะแค่เหนหน้าคนๆนี้ใบหน้าที่บอกบุญไม่รับ ก้อยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย "เธอ...เธอทั้งนั้นที่ทำ ให้ช่วงชีวิตของฉันน่าจดจำ จนฉันได้เจอเธอ ขอบคุณสวงสวรรค์ ให้เราได้เจอะกัน ขอบคุณคนๆ นั้น ที่ทำให้ฉันได้พบเธอ ขอบคุณทุกเรื่องราว ต้นเหตุที่ในวันนี้ฉันนั้นได้เจอ...เธอ...สุดที่รัก" นอกจาก ญ คนแรกที่เรารักมากที่สุดที่ทำให้เรา...อยากตายแล้ว ก้อเป็นหน้าของเธอคนนั้นที่ทำให้ความคิดนี้หายไปและเรากลับมาสดใสได้เหมือนเดิม เพลงข้างบนนี้ เราเข้าใจแล้ว เข้าใจถึงความหมายของมันที่เกิดขึ้นกับชีวิตเรา ถึงเราจะไม่ใช่ ที่รัก ของคุณ แต่ขอโมเมบอกเลยนะว่า คุณคือที่รักของผม ปล.เราไม่ได้รักคนๆนั้นมากกว่าแม่ของเรานะ แต่คนๆนั้นให้กำลังใจและเข้าใจเรามากจนทำให้เรารู้สึกดีกะเค้ามากๆ เท่านั้นเอง ขอโทดครับ...แม่สิ่งนึงคงอยู่ที่ความพอดี
คนๆนึงมีเงินเปนร้อยเปนพันล้าน
ก้อไม่มีความสุขเพราะยังอยากมีให้มากกว่านี้
ในขณะคนๆนึงมีเงินเดือนแค่แปดเก้าพันแต่เค้าก้อมีความสุขแล้ว
บางคนได้เกรดB+มาหนึ่งตัวนอกนั้นA กลับร้องห่มร้องไห้
แต่คนบางคนแค่สองจุดห้าก้อยิ้มแป้นอย่างมีความสุข
เรื่องนี้เกิดกลับตัวเอง
เมื่อครอบครัวๆนึงล้มละลายไมจะกินเหมือนก่อน
จากที่เคยมีบ้าน ก้อต้องมาเช่ามาอาศัยเค้าอยู่
แม่ลูกคู่นึงลูกชายมีความสุขมากในการเรียนที่เค้ารัก
แต่คนเปนแม่กลับมานั่งด่านั่งว่าลูกชายว่าโง่
ที่เรียนอะไรแล้วได้เงินน้อย เพราะเพื่อนแม่บอกอย่างนั้น
ลูกชายทำงานส่งตัวเองตั้งแต่ป ตรี โดยไม่ขอพึ่งแม่และที่บ้านเลย
จนเรียนจบและมีโอกาสเรียนโทในสาขาที่ตัวเองรักและพอใจ
โดยทำงานไปเรียนไป งานที่ทำก้อเพียงพอแค่ใช้จ่ายของลูกชาย
แต่ลูกชายก้อภูมิใจที่อย่างน้อยๆเค้าทำด้วยลำแข้งของเค้าเอง
แต่แม่กลับมองว่าลูกชายโตจนป่านนี้ยังต้องให้เค้าลำบาก
ไม่ให้เงินเค้าใช้ปล่อยให้เค้ายังต้องทำงาน
ซึ่งในขณะที่พ่อแม่ของคนอื่นๆยังต้องส่งลูกเรียน
แต่แม่คนนี้ยังไม่พอใจที่ลูกไม่ได้ขอเงินแต่กลับด่าว่าลูก
ว่าไม่ยอมช่วยเค้าบ้าง
ลูกชายใช้เงินอย่างระวังจนมีเงินเหลือเก็บเพื่อใช้จ่ายเรื่องเรียนอื่นๆต่อ
แต่แม่กลับใช้เงินไม่ระวังจนไม่มีแล้วก้อมาโวยวาย
บังคับให้เงินที่ลูกเก็บไว้เรียนให้เอาไปให้เค้าใช้
แต่ไม่เคยได้คืน
ทั้งๆที่ลูกชายบอกว่าถ้าจะเอาบอกก่อนเด๋วหามาให้
แต่แม่ก้อจะเอาเงินในธนาคารลูกตลอดเวลา
จนมันหมดและไม่มี
แม่ได้แต่นั่งด่าๆๆๆๆว่าลูกคนนี้เลว อกตัญญู ไม่เคยทำให้เค้าภูมิใจ
ไม่มีทางเจริญ ทั้งๆที่ลูกพยายามทำทุกอย่างให้ดี
เพื่อ...แม่
เพื่อไม่ให้แม่คนนี้ต้องลำบากอีก อย่างน้อยๆก้อไม่ต้องมาทำให้ท่านลำบากเรื่องคัวเค้าเอง
แต่สิ่งที่ได้คือลูกเหี้ย ลูกอกตัญญู ลูกที่ไม่เคยสร้างความภูมิใจอะไรให้
ลูกทำงานได้เงินก้อไม่เคยให้เลวไหม
ลูกที่เอาเงินไปเลี้ยงน้องคนอื่นๆไม่สนใจเลวไหม
ลูกที่เอาเงินไปซื้อหนังสือที่ลูกอยากได้ได้แต่ไม่ให้แม่เลวไหม
แต่แม่รู้มั้ยว่าเงินที่ลูกหาได้มันแค่พอกินพอใช้เลยไม่สามารถให้แม่ได้
เงินที่เอาไปเลี้ยงคนอื่นก้อมีจิงเพราะเปนธรรมเนียมแต่ลูกก้อเลี้ยงแม่ทุกครั้งในวันแม่ วันเกิดแม่ วันเกิดลูกหรือวันสำคัญอื่นๆ
ลูกที่รักและอยากได้หนังสือเก็บตังเปนแรมเดือนเพื่อจะได้มันแต่แม่กลับมองว่าทำไมไม่เอามาให้แม่ใช้
ลูกที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินถึงแม้ว่ายังต้องเรียนอย่างหนัก
ลูกที่พยายามผลักดันตัวเองไม่เคยเกี่ยงอะไรเพื่อต่อไปครอบครัวของเราจะได้สุขสบาย
ลูกที่รักและนึกถึงแม่ก่อนใครๆต้องรอกินข้าวเยนด้วย
เพราะเรามีโอกาสเจอหน้ากันอยู่ด้วยกันแค่ช่วงนี้ของวัน
ลูกที่สองทุ่มต้องโทรถามว่าแม่อยู่ไหนเพียงเพราะแม่กลับผิดเวลา
แต่แม่กลับถามว่า มึงเคยรักเคยห่วงกูมั้ย
ลูกคนอื่นเค้าบรรลุนิติภาวะแล้วเค้าต้องหาเลี้ยงแม่แล้ว มึงเคยเป็นอย่างเค้าไม๊
มึงเคยคิดถึงกูมั้ย
เคย...เคยครับแม่ วันนึงสี่สิบสี่ชั่วโมงลูกคนนึงนึกถึงแต่แม่
อยากเรียนให้จบอยากจากทำงานเพื่อซื้อบ้านให้แม่อยู่สบาย
ลูกยอมเหนื่อยทุกอย่าง แต่แม่มองเหนมันหน่อยได้มั้ย
แม่มาเอาเงินแล้วลูกไม่มีให้
แม่ก้อด่าด้วยคำพวกนั้น แล้วลูกคนนี้จะเจริญได้ไงครับแม่
ลูกคนนี้จะเอาแรงที่ไหนสู้ต่อไป...ทั้งๆลูกคนนี้ทำทุกอย่างเพื่อแม่
ลูกขอแค่แม่เข้าใจและเหนในสิ่งที่ลูกทำบ้างได้ไหมครับ
ขอโทดครับที่ลูกต้องเอาเรื่องนี้มาเขียน
แต่ตอนนี้ลูกไม่ไหวแล้ว ลูกไม่ได้ต้องการให้คนเกลียดแม่
แต่ลูกคนนี้หมดกะลังใจ หมดแรงทุกอย่างแล้ว
คำพูดแม่ทุกคำมันเหมือนเฉือนเนื้อของลูกไปทุกทีทุกที
ถ้าวันนึงถึงจุดที่ลูกคนนี้ทนไม่ได้ ลูกคนนี้คงออกจากชีวิตแม่ไปโดยไม่กลับมาอีก
เพราะคำพูดทุกคำที่แม่พูด มันทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าจิงๆ
คนอื่นพูดอาจจะยังหูทวนลมได้แต่แม่พูดลูกคนนี้ทนมันไม่ไหวจิงๆ
ขอโทดครับที่ลุกคนนี้ไม่เปนดังหวัง จาก...ลูกอกตัญญู October 16 วันลั่นล้าวันนี้เปนวันที่ปลดปล่อยหลังจากรอมานานแสนนานนนน
เริ่มเช้าด้วยการสอนพิเศษให้น้องแบงแบบเบาๆ
แล้วก้อเริ่มด้วยไปรอลูกตาลน้องสาวที่รักที่โอสถศาลา
แหมๆๆๆมาสายไปสิบนาทีแล้วก้อไปดูหนัง
City of ember รอบ 11 โมงสิบนาที
แนะนำเลยครับท่านนนนนนนนนนนนนน
เปนหนังที่ดีน่าดูมากๆๆๆจิงๆๆๆ
สอนให้เราคิดอะไรๆได้ตั้งหลายๆอย่าง
เช่น เราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด (รักษาหน้าที่จนเกินเหตุ) "It's my jobbbbb"
รวมทั้งเนื้อเรื่องๆต่างๆเปนหนังที่ดีมากๆๆจริง
แนะนำๆๆๆๆๆๆ
แล้วไปเล่นเกมส์ the house of the dead4 ที่ MBK
แล้วไปเดินงานหนังสืออออออ
โย่ววววววมีความสุข
รายการหนังสือที่ได้มามีดังนี้
คินดะอิจิ ตอนที่ 13,14
ยาคุโมะ เล่มสอง
รักซ้อนซ่อนเลือด เล่มสามของคดีฆาตรกรรมฆ่าเวลา
แล้วก้อเชอร์ลอก โฮล์มห์ครยเซท
รวมทั้ง VCD season review2007/2008 ของแมนยู
ศิริรวมเปนไงนทั้งสิ้น 1766 บาท
อ่อรวมหนังสือของกาละแมให้แม่สองเล่มเปนเงิน 240 บาท
โชคดีจิงๆๆเพราะพี่กาละแมมาเซ็นชื่อให้ด้วย
กระเป๋าลีบไปเลย ฮ่าๆๆๆๆ
เสียดายยังไม่ได้ซื้อสามก๊กซักที เพราะตั้งใจมานานแล้ววว
แต่ก้อมีความสุขมากๆๆ
แต่ก้อนะมีเรื่องเครียดๆหน่อย
กลัวทำงาน something ให้ Darling ไม่ได้อ่า
มันยากและหนักเกินความสามารถของเราจิงๆ
แต่ก้อจะพยายามทำให้ดีที่สุดละกันนะคะ
October 13 แทนคำนั้นช่วงนี้พายุเข้า ทำให้ท้องฟ้าหมองหม่น
คงพอๆกะจิตใจของเราที่หมองหม่นพอๆกัน
คงไม่ช่ายเรื่องใดหรอกนอกจากเรื่องนั้น
ที่เรายังไม่เหนทางออกเลยซักที
ได้แต่รอๆๆๆลุ้นๆๆๆให้มันประสบผล
ซึ่งก้อมีปัญหามากมายมาช่วยให้เราล้ม เฮ้อ...
พอเหอะหยุดพูดเรื่องนี้ดีกว่า
ไว้อีกไม่เกินเดือนก้อรู้ว่าเราจะเปนอย่างไร
มาพูดเรื่องดีๆดีกว่า
"อยากจะมีคำพูด ซักคำที่แทนความจริงจากใจที่มี..."
"คำบางคำที่ดีซักคำหนึ่ง คำบางคำที่จะซึ้งกินใจ ที่จะพอจะใช้แทนใจจากชั้น..."
สองประโยคนี้เปนสองประโยคจากเพลง "แทนคำนั้น"
ของอัสนี-วสันต์ โชติกุล(อาจจะดูเชย แต่ก้อนะ)
คงไม่มีคำไหนมั้งที่สามารถแทนความในใจได้ทั้งหมด
คำใกล้เคียงที่สุดเท่าที่พอจะคิดได้คงไม่พ้นคำว่า "รัก"
แต่ก้อนะเนื่องจากมันยิ่งใหญ่มากมายนัก
จึงทำให้การที่จะพูดคำนี้ออกไปยากเย็นหรือเกิน
ทั้งๆที่อยากบอกออกมามากมาย
คงเปนความกลัวจากความผิดหวังครั้งก่อนๆ
ที่ทำให้คำๆนี้กับคนสำคัญมากๆซักคน
จึงออกมายากเหลือเกิน
บางคนก้อบอกว่าจะไปกลัวอะไร
เหอะๆ นั่นสิ จะไปกลัวไร
แต่...ก้อยังไม่สามารถบอกได้ซักที
เปนผู้ชายที่ปอดจิงๆๆเลย
เอาว่ะ ถ้าเรื่องนั้นที่เรากังวลผ่อนคลาย
เราคงสบายใจมากกว่านี้
ถึงเวลานั้น เราจะรวบรวมความกล้าซักที
แล้วบอกออกไปว่า "ผมรักคุณ"
October 10 อารมณ์ขึ้นๆลงๆของนายข้าวโพดคั่วเหนื่อย!!! ท้อ!!! เครียด!!! หาทางออกไม่เจอ!!!
อารมณ์แบบนี้เกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อเราคิดเรื่องนั้น
เคยไหมที่เรารู้สึกเดิน...เดิน...เดินไปบนทางๆหนึ่ง
ซึ่งรอบๆตัวเรามีแต่ความมืดความอ้างว้าง
ต้องเดิน...เดินไปอย่างมีจุดหมายปลายทาง
แต่!!! จุดหมายนั้นอยู่ตรงไหน อยู่ที่ไหน อีกนานแค่ไหนล่ะ
เราก้อไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลย
นอกจากทางทีอ้างว้างแล้วก้อมีแต่อุปสรรคและปัญหา
รวมถึงเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้อีกมากมาย
มาขวางทางเรา มาทำให้เราล้ม และบางทีเหมือนว่ามาพาเรากลับไปจุดเริ่มต้นใหม่
เราเดินบนทางนี้มาระยะทางนึงแล้ว
ครั้งนี้มาไกลที่สุด แต่ครั้งก่อน
เดินมาไม่ห่างจากตรงนี้มากนัก แต่ก้อมีอะไรมาขัดขวางเราแล้วพาเราไปจุดเริ่มต้นใหม่
วงเวียนอย่างนี้มาห้ารอบแล้ว
แล้วคราวนี้ เหมือนกะว่ามันอาจจะพาเรากลับไปอีก
กลับไปจุดเริ่มต้นอีกครั้ง
เหนื่อยนะ ท้อมาก เครียดมากจนนอนไม่หลับ ฟุ้งซ่านจนหาทางออกไม่เจอ
ได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น ร้องๆๆไป
พอได้สติทั้งๆที่ยังมีความรู้สึกแย่ๆนั้น ก้อต้องแข็งใจ เริ่มเดิมใหม่
วัฐจักรเราเปนงี้มาห้ารอบ ห้ารอบเต็ม
ไม่อยากให้เกิดรอบที่หกแล้ว ไม่อยากให้มีอีก
นึกถึงสเปซพี่เทป ยังจำได้ตอนนั้นอ่าน
เรื่องอาจารย์ที่ปรึกษากะ thesis เริ่มเข้าใจอารมณ์พี่ท่านจิงๆ
ทางของเราเหมือนไม่มีเลยสิ่งๆนั้น
นึกอยู่ว่าเราเลือกผิดมั้ยที่เลือกเดินทางนี้
ที่ปรึกษาก้อไม่มี มีแต่เดินเอง เหนื่อยท้อ สู้อยู่คนเดียว
พอล้มกลับไปปรึกษาก้อหัวเราะแล้วบอกเริ่มใหม่
ดูเหมือนง่ายเนอะ
พยายามคิดโลกคงสร้างแบบทดสอบนี้มาเพื่อเรามั้ง
ให้เราแข็งแกร่งกว่าคนอื่น เฮ้ออออออออออ
โชคดีนะระหว่างทางเดินไม่มืดมิดซะทีเดียว
ยังมีแสงลางๆจากกำลังใจต่างๆ
ขอบคุณมากบ้านคิดส์ พี่ๆเพื่อนๆน้องๆที่ยังรักและห่วงเรา
และที่สำคัญเธอคนนั้นที่ทำเรามีความสุขทุกครั้งที่นึกถึง
และเคียงข้างกันตลอดช่วงนี้
จุดหมายนั้นเปนสิ่งที่หลายๆคนมองไว้
ถ้าเราไม่เหนื่อย หรือท้อมากๆ คงจะได้ไปถึง
แต่ตอนนี้ยังมองไม่เหนมันเลย
รู้แต่ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เราต้องเดิน...เดิน...เดินจนกว่าจะถึงจุดหมายนั้น
หรือว่าเราจะ เหนื่อย ท้อ หรือตายไปก่อน October 08 ขอปิดทำการเขียนชั่วคราวเรียนพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ที่อ่านspace แห่งนี้ที่รักทุกคน
เนื่องด้วยเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนลูกสาวของผมได้มีปัญหาเกิดขึ้น
ไม่ทราบว่าสาเเหตุอันใด แต่ลำโพงจะร้องวิ๊ดดดดดดอยู่บ่อยครั้งทั้งๆที่ไม่ได้เล่นอาราย
ประกอบกับการโหลดข้อมูลของเครื่องเช่นตอนเข้าwindowช้าลง
และหน้าwidowตอนเปิดเครื่องค่อยๆขึ้นแบบกระตุกไม่smoothเหมือนก่อน
กระผมเป็นห่องอาการของลูกสาวมาก
ดังนั้นกระผมจึงนำลูกสาวสุดที่รักไปเข้าศูนย์เพื่อเชคเนื่องจากอยู่ในประกัน
จึงเป็นเหตุทำให้กระผมและลูกสาวจึงต้องอยู่ห่างกันซัก3-5 วันทำการของศูนย์
กระผมจึงไม่สามารถมาอัพspaceนี้ได้
จึงเรียนมาเพื่อให้ทราบ และจะกลับมาอัพอีกครั้งเมื่อลูกสาวกลับมาอยู่อ้อมอกของกระผมแล้ว
ธนา อมรชัยพิริยะกุล POP
ปล. เหมือนชีวิตขาดอะไรบางอย่างไปจิงๆ เมื่อไม่มีลูกสาวมาคอยเล่นด้วย เฮ้อออออออ October 06 เรื่องของความดีชีวิตคนเรามีแต่เรื่องวุ่นวายมากมายยย แถมเรื่องแต่ละเรื่องนะก้อน่าปวดหัวมากมาย มีคนรู้จักคนนึงกินเจ ไปทำบุญที่โรงเจ แต่กลับโดนขโมยมือถือในโรงเจนั้น คนที่ทำดีกะคนอื่นๆ แต่ก้อกลับถูกคนอื่นจงเกลียดจงชัง บางคนมีจุดมุ่งหมายเหมือนกัน แต่กลับไม่พอใจกันเพราะอีกคนเด่นกว่า หรือแม้แต่ทำงานรวมกัน แต่พอพลาดก้อกลับทิ้งกันแล้วมาทับถมกัน...ซะงั้น .............................................................................................................................................................. แปลกเนอะชีวิตคนเรา คำว่า "ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว." เนี่ยลองมาคิดดูเล่นๆว่าจิงรึป่าว จะจริงมันก้อจิง แต่บางครั้งต้องใช้เวลาเปนเครื่องพิสูจน์ แต่กว่าความดีนั้นจะเปิดเผย คนๆนั้นก้ออาจถูกว่าร้ายมาตลอด ในขณะที่คนที่ให้ร้ายคน กลับรอยหน้ารอยตามีคนมาห้อมล้อมสรรเสริญ แล้ว !!! จะให้คนเรามามีความรู้สึกอยากทำดีได้เยี่ยงไร เมื่อวานใครดูเทวดาสาธุคงได้ยินประโยคประโยคหนึ่งที่สาธุพูดว่า "ผมมีเพื่อนคนนึง เค้ากระโดดลงไปในน้ำเพื่อช่วยชีวิตเด็กคนนึง แล้วตัวเค้ากลับตายเอง แล้วทางการก้อมอบเหรียญเชิดชูเกียรติให้เค้า แต่การทีคนเราซักคนจะทำความดีนั้น ไม่ได้ทำเพราะต้องการเหรียญตรา แต่ความดีที่ทำนั้นจะคงอยู่ให้คนรุ่นต่อไปได้พูดถึงและไม่มีทางสูญหาย" นั่นสินะการทำความดีไม่จำเป็นต้องมีไรตอบแทนซะหน่อยเนอะ เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าทำแล้วจะได้ผลยังไง แต่ถ้าเราคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีก้อทำไปเหอะอย่าสูญเสียกำลังใจที่จะทำนะ .................................................................................................................................................................. ปล. อ่านรู้เรื่องมะ ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเอง Abstract ไงก้อไม่รู้ ฮ่าๆ October 03 ชีวิตการเรียนวันนี้วันสุดท้ายแห่งการสอบ และน่าจะเปนวันสุดท้ายสำหรับการสอบวิชาเรียนในห้อง ซึ่งก้อปิดท้ายด้วยวิชาที่ยากที่สุดตั้งแต่เคยเรียนมา เหนื่อยมากมายกะการเตรียมตัวหนึ่งเดือนเต็มๆ ในการอ่าน textbook ที่มีแต่ตัวเลขตัวแปร และสูตร ซึ่งแทบจะนึกไม่ถึงว่าเอามาโยงกะพันธุศาสตร์ได้อย่างไร แถมบางช่วงยังมีแทรกให้คิด แมททริกซ์ด้วยยยยย จะบ้าตายเรื่องที่เกลียดที่สุดในวิชาเลย ทิ้งตั้งแต่ตอนเอนทรานซ์ยังตามมาหลอกหลอนนนน นับตั้งแต่สามขวบครึ่งมาจบถึงปัจจุบันก้อปาเข้าไป 20 ปีนิดๆ ชีวิตก้ออยู่กะการเรียนการสอบมาตลอด อัพ เที่ยวนี้จึงขอพูดเรื่องการเรียนตลอดชีวิตที่ผ่านมาละกัน ชีวิตยี่สิบกว่าปีที่อยู่ในโรงเรียนและในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แบ่งออกได้เปนสี่ช่วงใหญ่ๆ ช่วงแรกช่วงไปเรียนเพราะการโดนบังคับ
ตั้งแต่เดกๆเลยมั้งไม่ชอบเลยการไป รร ตั้งแต่ไป รร วันแรกไปจนถึงป สาม มีทั้งแกล้งไม่สบาย ไปขอให้ยายช่วยบ้าง ไปแอบแม่บ้าง เพื่อจะได้ไม่ไป รร เฮ้อออออ ยิ่งการฉีดยาตอน ป หนึ่ง จะอะไรกันนักกันหนาฉีดแม่งทุกเดือน ไอ้เราก้อกลัวเข็มวันไหนรู้ว่าจะต้องโดน วันนั้นหนีสุดฤทธิ์ ก้อมีแม่เนี่ยแหละบังคับให้ไปทุกทีเฮ้อออออ ช่วงที่สองช่วงนี้สิเปนช่วงเปลี่ยนแปลง อาจจะตั้งแต่ ป สี่ถึง ม สาม เปนช่วงที่มีเพื่อนสนิทๆไปกิน ไปเตะบอล ไปเที่ยวด้วยกัน จนทำให้เรากลายเปนคนที่ชอบไป รร ไปเลย ไปถึง รร ตั้งแต่เจ๊ดโมงเช้า กลับบ้านก้อเกือบๆห้าโมงทุกวัน ช่วงนี้แหละเปนช่วงที่เกลียดการปิดเทอมที่สุด เพราะทำให้เราว่างและไม่ได้เจอเพื่อนๆเลย ช่วงที่สามช่วงให้การมุ่งมั่น เปนช่วงที่เรามุ่งมั่นมากๆๆ กะการเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย จนได้มาอยู่จุฬาฯ ที่เราและที่บ้านอยากให้เข้ามากๆ เปนช่วงที่เหนื่อยมากๆๆๆ แต่มองย้อนกลับไปก้อคุ้มสุดๆ ช่วงนี้ต้องขอบคุณ Harry Potter จิงๆที่ทำให้เรารักการอ่านหนังสือ จนกลายเปนนิสัย ถ้าไม่ได้อ่านหนังสือคงนอนไม่กลับ ช่วงนี้ยังข้ามไปถึงตอนปีสอง ที่ตั้งใจอัพเกรดขึ้นมาจนได้ดีจนทุกวันนี้ ช่วงสุดท้ายคือตั้งแต่ปีสามจนถึงปัจจุบัน ช่วงนี้เปนช่วงที่รู้สึกว่าเราสามารถแบ่งเวลาให้กะการเรียนได้ดีแล้ว จึงลงมาทำกิจกรรมต่างๆตั้งแต่จุฬาวิชาการ สโม และอะตอมเกมส์ เปนช่วงที่เหนื่อยมากๆๆๆกะการแบ่งเวลาทั้งเรียน กิจกรรม และงาน แต่เปนช่วงที่มีความสุขและสนุกมากๆ ทำให้เราได้ประสบการณ์ชีวิตหลายๆอย่าง รวมทั้งเพื่อนดีๆอีกหลายๆคน แต่ช่วงปลายๆช่วงนี้ก้อคือช่วงปัจจุบัน เปนช่วงที่รู้สึกเหนื่อยกะการเรียนในห้อง อยากทำวิจัย อยากทดลองอะไรๆด้วยตัวเองมากกว่า จนทำให้บางครั้งเรารู้สึกว่าไม่ชอบการเรียนในห้อง รวมทั้ง การคร่ำเคร่งอ่านหนังสือ และการเข้าห้องสอบ อาจเปนเพราะช่วงป โท ได้สอบแบบ open book, take home และทำแลปจิงๆบ่อยมั้งเลยทำให้เราไม่ชอบการสอบในห้องเงียบๆ เครียดๆ ยิ่งสอบคนน้อย ขยับตัวนิดนึงคนอื่นก้อหันมามอง เปิดสมุดทีก้อได้ยินกันทุกคน อาจจะเปนเพราะเราไม่ชอบภาวะเครียดด้วยมั้ง ฮ่าๆๆ แต่คาดว่าคงจะไม่มีวิชาไหนที่ต้องเข้าห้องสอบแบบนี้แล้วมั้ง นอกจากรอสอบ Defence Thesis เลยละกัน แต่ว่าเราจะมีวันนั้นเมื่อไหร่นะ ยังมองไม่เหนทางเลย สำหรับคนอื่นๆคงคิดเหนแตกต่างกันไป แต่ถ้ามีใครกะลังท้อกะการเรียน อยากจะบอกว่าเปนกะลังใจให้สู้ต่อไปนะ เพราะอนาคตที่สดใสจะรอเราอยู่ข้างหน้านี้เอง October 02 ว่าด้วยเรื่อง กินเจ..................เข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจมาแล้วช่วงนึง ฮ่าๆอยากจะบอกเปนช่วงที่ทรมานมากๆ เพราะดันตรงกะช่วงสอบ อ่านหนังสือไปแต่กินอะไรไม่ได้น่าเครียดจิงๆ +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ เทศกาลนี้ใครๆก้อรู้ว่าต้องถือศีล ประพฤติตัวเปนคนดี ไม่กินเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ยกเว้นหอยนางรม... ****************************************************** พูดถึงเรื่องนี้ก้อต้องพูดหน่อยว่า เมื่อสามสี่วันเก่าคุยกะน้องปามมา แล้วได้รู้สาเหตุของการกินหอยรางนมได้ในช่วงกินเจ แต่ขอย้ำว่า โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วย เด็กที่อ่านควรมีผู้ใหญ่แนะนำ ^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^ ว่าถึงครั้งที่พระถังซำจั๋งเดินทางไปชมพูทวีปเพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎก แต่ระหว่างทางต้องข้ามทะเลกว้างใหญ่ ซึ่งอาหารที่เตรียมมาก้อหมดลง พระถังซำจังเลยไม่สามารถหาอะไรกินได้เนื่องจากกินเจ ร้อนถึงลูกศิษย์ที่เดินทางไปด้วย (ปามเล่าว่า หงอคง) จึงตั้งจิตอธิษฐานต่อสววรค์เบื้องบนว่า ถ้ามีอะไรที่พระถังซำจั๋งกินได้ขอให้มาติดที่กระบอง แล้วลูกศิษย์จึงปักกระบองไว้ เมื่อดึงขึ้นมาปรากฎว่ามีหอยนางรมติดขึ้นมา หลังจากนั้นการกินจึงสามารถกินหอยนางรมได้ ฮ่าๆๆ แน่เชื่อถือสุดๆ ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ นอกจากเนื้อสัตว์แล้วการกินเจก้อไม่สามารถกินพืชผัก 5 ชนิดได้คือ กระเทียม จะไปทำลายการทำงานของหัวใจและกระทบกระเทือน ต่อธาตุไฟในกาย หัวหอม รวมไปถึงต้นหอมจะไปทำลายการ ทำงานของไต และกระทบกระเทือนต่อ ธาตุน้ำในกาย หลักเกียว คือ กระเทียมโทนจีนจะไปทำลายการ ทำงานของม้าม กระเทือน ธาตุดิน ใน กาย กุยช่าย ทำลายการทำงานของตับ และกระทบกระเทือนต่อ ธาตุไม้ ในกาย ใบยาสูบ ซึ่งหมายถึง บุหรี่ ยาเส้นะไปทำลายการทำงานของปอด และกระทบกระ เทือนต่อ ธาตุโลหะ ในกาย ======================================= October 01 คำพูดกะการกระทำ หลายๆคนคงมีความคิดเห็นแตกต่างกันออกไป จากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา ได้พบ ญ หลายๆคนที่ให้ทัศนคติแตกต่างกันออกไปในเรื่องนี้ - - - - - -- - - - -- - -- - --- --- - -- - - --- - - - -- - - --- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - คนแรกกลับมองว่า ไม่ต้องพูดหรอกคำพูดเนี่ยจะพูดเมื่อไหร่ก้อพูดได้ ทำให้เห็นเลยดีกว่า แสดงมันออกมา โดยไม่ต้องพูดเลย เด๋วจะมองเอง คนที่สองกลับกัน คนคนนี้กลับหลงชื่นชมและเป็นปลื้มกะคำพูดหวานๆ โดยไม่ดูเลยว่าทำให้รึป่าววว .............................................................................................................................................................................................................................................. แน่นอนแต่ละคนคงมองต่างๆกัน ส่วนตัวเรามองยังไง เรากลับมองว่า ต้องทำทั้งสองอย่างไปด้วยกัน หลายครั้งที่เราเจอกลับการกระทำที่ทำให้เราคิดไปเอง แต่ผลสรุปคือ ไม่ใช่!!! ทำให้เรารู้สึกว่าการแสดงออกด้วยคำพูดเป็นสิ่งยืนยันว่าเราทำไปเพราะอะไร แต่ในขณะเดียวกันถ้าพูดเฉยๆแล้วไม่ทำ ก้อคงไม่สามารถแสดงอะไรได้ เราจึงมองว่า การที่เราจะทำไรให้ใครซักคน เราควรที่จะแสดงออกออกมาให้เค้าเห็นด้วยการกระทำอย่างจริงใจ ประกอบกับคำพูดเพื่อแสดงให้อีกฝ่ายมั่นใจในการกระทำของเรา = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = == = = == = = = = == = = === = == แล้วคนอื่นๆล่ะคิดยังไงกันนะ |
|
|