Fergy's profilePoPcOrNPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    December 31

    จะรู้ก็ต่อเมื่อ~…!!

    จะรู้ก็ต่อเมื่อ~…!!



    จะรู้ว่าโลกนี้…มันกว้างใหญ่
    ก็ต่อเมื่อเราได้…ออกเดินทาง

    จะรู้คุณค่าของอะไร…ในสักอย่าง
    ก็ต่อเมื่อเราได้…เสียมันไป

    จะรู้ความหมาย…ของฟ้าหลังฝน
    ก็ต่อเมื่อเราผ่านพ้น…มันมาได้

    จะรู้ว่ายังมีเรื่อง…อีกมากมาย
    ก็ต่อเมื่อเราเปิดใจ…ยอมรับมัน

    จะรู้ว่าในหนังสือ…มีอะไร
    ก็ต่อเมื่อเราได้…ลองเปิดอ่าน

    จะรู้เวลา..ของดอกไม้บาน
    ก็ต่อเมื่อเราเฝ้าตาม…อยู่อย่างนั้น

    จะรู้ว่าเสียงหัวเราะ…มันมีค่า
    ก็ต่อเมื่อเราเสียน้ำตา…ในสักวัน

    จะรู้ถึงความในใจ…ของกันและกัน
    ก็ต่อเมื่อเราได้พูด…มันออกไป

    จะรู้ว่าอะไร…ที่เรียกว่าคิดถึง
    ก็ต่อเมื่อในความคิดคำนึง…มีใครสักคน

    จะรู้ความหมายในคำรัก…สักหน
    ก็ต่อเมื่อมีใครบางคน…ให้หวั่นไหว

    จะรู้ว่าค่ำคืนนี้…คงไม่เงียบเหงา
    ก็ต่อเมื่อทุกเรื่องเล่า…ได้มีโอกาสบอกไป
    December 28

    สุกี้สโม๊สโม

    วันนึงนั่งรถกลับบ้านตอนสามทุ่มครึ่ง
    อารายซักอย่างมาดลใจให้คิดถึงตอนทำสโม
    คิดไปคิดมาก้อนึกว่าตอนปีใหม่เยี่ยงนี้สโมเราทำอะไร
    ก้อนึกขึ้นได้อ่อ  สุกี้สโม  นั่นเอง
    คิดถึงทุกคนบวกอยากกินทำไงดีล่ะ
    เราไปปรึกษาพี่เป้ พี่เทป พี่เลอ จอย กิ๊ฟ
    โอ้ววววทุกคนเหนด้วยยยยเลยจัดซะเมื่อวันสุกที่ผ่านมา
     
    เป็นเหมือนการรวมรุ่นสโมเก่าๆที่ยังอยู่ประเทศไทย
    เพราะส่วนหนึ่งออกไปศึกษาโลกกว้างกันหมด
    ถึงแม้คนมาน้อยแต่ก้อรู้สึกดี  รู้สึกว่าได้กลับมาบ้านยังไงไม่รู้
    อยากให้จัดแบบนี้แล้วพวกเราอยู่กันครบๆจัง
     
    คืนวันนั้นออนเอ็ม จอย น้องรักก้อเด้องคำขึ้นมา
    ได้ข่าวว่าคิดเองด้วย  โดนครับพี่น้อง
    เลยขอยืมมาใส่ใน BLOG นี้
     
    "บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อลืมความทรงจำดีๆที่มีต่อใครสักคน แต่บางคนขอใช้เวลาที่เหลือเพื่อจดจำใครสักคนที่ไม่เคยเห็นเราในสายตา"
     
    คิดถึงจังครับ
    December 24

    ว่าด้วยเรื่องการสอบ

    หลายๆคนดูเครียดกะการสอบเหลือเกิน
    จากที่เหนทำให้เราอยากเขียน BLOG นี้
     
    ทุกคนมั่วแต่นั่งเครียดๆๆๆกดดันตัวเอง และกลัวการสอบ
    โดนทุกคนไม่นึกหรือลืมอะไรไปหรือป่าวว่าการสอบคืออะไร
    คือการทดสอบความรู้ความเข้าใจของเรานั่นเองมิช่ายรึ
    ในเมื่อมันเป็นอย่างนี้จะเครียดกันทำไมอ่า
    ในเมื่อเราตั้งใจและมีความพยายามในการเรียนมาตลอด
    ถ้าเรามัวมาเครียดแสดงว่าที่ผ่านมาเราไม่ได้ตั้งใจเรียนเลย
     
    หลายๆคนคงมองพี่เก่งพี่ถึงพูดได้
    ถ้าเข้ามารู้จักพี่จริงๆพี่ไม่ได้เปนคนเก่งอะไรนักหนาหรอกกกก
     
    สิ่งแรกที่พี่ทำคือตั้งใจในห้องให้ได้มากที่สุด
    แล้วกลับมาอ่านทวนความเข้าใจของเรา
    หลายๆคนถ้าอ่านแล้วสงสัย ก้อจะปล่อยและข้าม
    แต่นั่นไม่ใช่สำหรับพี่  พี่จะหาคำตอบมันให้ได้  โดยไม่ให้มันพ้นคืนนั้นไป
     
    สำหรับพี่ถ้าเรามีความเข้าใจเนื้อหามาตลอด
    ไม่จำเป็นหรอกว่าต้องอ่านหนังสือมากมาย
    อะไรคือความเข้าใจหรอ  มองง่ายๆถ้าเราเข้าใจสิ่งๆนั้นจะติดหัวเราเอง
     
    มีน้องมาบอกพี่ก่อนเข้าห้องสอบว่าไม่มีไรอยู่ในหัวเลย
    สำหรับพี่นะมันเปนสิ่งที่ดีมากกกก  เพราะหัวเราจะได้โล่งๆ ทำให้เราคิดเรื่องต่างๆออก
    แต่ถ้าเรามัวแต่อ่านๆๆๆอัดๆๆๆ หัวตื้อ  มีความรู้เยอะก้อจิงแต่คิดไม่ออกหรอก
    เพราะฉะนั้นก่อนสอบเราควรทำยังไงก้อได้ให้หัวว่าง  นอนพักเยอะๆ ทำสมาธิดีๆ
    คืนก่อนสอบถ้าอ่านไม่จบเปนพี่ๆจะนอน แล้วพวกเราอ่ะจะอ่านต่อทั้งคืนจนจบหรอ
     
    เรื่องการอ่านหนังสือเหมือนกัน  หลายๆคนมาอ่านใกล้ๆสอบ มันจะดีหรออออ
    ค่อยๆอ่านไปเหอะวันละนิดตั้งแต่วันแรกของการเปิดเทอม พี่เคยบอกไปหลายคนแต่เค้าบอกว่าไร้สาระ ก้อตามใจนะ
    ไม่ต้องกลัวหรอกนะว่ามันจะลืม ถ้าเราอ่านแล้วเข้าใจมันไม่ลืมหรอก เด๋วมันก้อนึกขึ้นมาได้เอง
    หลายๆคนอ่านหนังสืออ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอัดๆๆๆๆๆๆๆๆๆไม่พักอะไรเลย
    จะทำไปเพื่ออะไร  ต้องควรจะพักบ้างให้เราหายเครียดแล้วค่อยอ่านต่อถึงแม้มันจะเสียเวลาก้อเหอะ
    อีกเรื่องถ้าหนึ่งชั่วโมงอ่านได้ยี่สิบหน้าแต่อ่านผ่านๆเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง
    กะหนึ่งชั่วโมงอ่านได้แค่หน้าเดียวแต่เข้าใจมันทั้งหมด ลองคิดดูเองละกันนะว่าควรเลือกแบบไหน
    ถ้าจะบอกว่าเลือกแบบหลังแล้วมันจะไม่ทัน  ทำไมไม่อ่านตั้งแต่เนิ่นๆล่ะ
     
    สำหรับพี่นะไร้สาระมากถ้าเราจะมาเครียดๆๆๆๆๆจนบ้าจนร่างกายเราแย่
    ไร้สาระสิ้นดีถามหน่อยจะไม่ดูแลตัวเองหรือไง  ทำไม่ได้แล้วไงก้อขึ้นปีห้าไปดิ
    ไม่ตายหรอก  หลายๆคนคงคิดว่าขึ้นปีห้าเนี่ยนะสำหรับพี่ช่ายขึ้นปีห้าปีหกไปเลย
    ดีกว่าเครียดแล้วมาบ้ามาทำร้ายตัวเอง
    เรียนไม่จบยังมีปีห้าปีหกให้แก้ตัว  แต่ร่างกายเราถ้าเราไม่ดูแลมัน
    เราคงแก้ตัวอะไรกะมันไม่ได้อีกแล้วแหละ
    ง่ายๆลองไปถามพ่อแม่ของพวกเราดูว่าท่านจะเลือกยังไง
    พี่ไม่เชื่อหรอกจะมีพ่อแม่คนไหนให้ลูกเครียดจนเปนบ้าเปนหลังไปเพราะการเรียน
    พวกท่านคงเลือกให้เราดูแลตัวเองมากกว่า  จิงมะ
     
    หลายๆอย่างเราไม่ได้ไปคาดหวังคะแนนหรือเกรดมากดดันตัวเองหรอกนะ
    สิ่งที่เราควรคาดหวังคือเราควรเอาชนะความขี้เกียจความสะดวกสบายของตัวเราให้ได้
    แล้วหันมาตั้งใจเรียนตั้งใจหาความรู้เอง  แล้วทำให้มันดีที่สุด
    พี่เชื่อมาตลอดถ้าเราทำได้ดีที่สุด  ทุกสิ่งจะออกมาดีดังใจเราหวัง
    ถึงแม้ไม่ได้เราก้อยังไม่เสียใจหรอกเพราะเราทำเต็มที่แล้ว
     
    สิ่งที่พี่คิดแล้วเขียนมาเปนประสบการณ์ที่พี่คิดและปฏิบัติมาตลอด
    และอยากจะแนะนำให้น้องๆ เพราะรู้สึกแย่จริงๆที่น้องๆมานั่งเครียดกะแค่การสอบ พี่ว่าไร้สาระ
    ใครจะไม่เชื่อพี่ก้อได้นะ  ถ้าใครเชื่ออยากให้คิดให้ดีๆ
    โอเคการสอบเที่ยวนี้อาจจะไม่ทัน  ลองแก้ตัวใหม่ในครึ่งเทอมที่เหลือ
    มีคนบอกว่า
    "ความรู้ไม่มีใครสอนใครได้หรอก  แต่สามารถแนะนำให้เข้าใจได้"
    แสดงว่าความรู้เปนสิ่งที่เราต้องทำด้วยตัวเราเอง  จิงมะ
     
    เริ่มอ่านแต่เนิ่นๆ ทำความเข้าใจให้มากอีกว่าอ่านได้ปริมาณมาก
    ถ้าไม่เข้าใจถามอาจารย์ เพื่อนๆ หรือ พี่ๆก้อได้
    และที่สำคัญเราต้องตั้งใจเรียนในห้อง  และสร้างความพยายาม มานะ อุตสาหะให้มากกะมัน
    เพราะเรื่องนี้จะรู้เรื่องไม่รู้เรื่องทำข้อสอบได้หรือไม่ได้  มันไม่ได้ขึ้นกะใครนอกจากตัวเราเอง
     
    ขอให้ทุกคนที่อ่านโชคดี
     
     
    December 21

    เหงามันเป็นอย่างนี้นี่เอง

    วันนี้นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ ม ฮะ
    สามทุ่มก่าๆมานั่งกินข้าวที่สามย่าน
    สี่ทุ่มยืนรอรถกลับบ้านที่หน้า รร แมนดาริน
    พอขึ้นรถสายสี่  นั่งมาเรื่อยๆผ่านแสงสีที่เยาวราช
    ฉุดคิดได้ฮะ ว่าทำไมเราอยู่คนเดียวเนี่ย
    เหงา....เหงา....เหงา....เหงา....เหงา....เหงา....เหงา
    คิดถึงคนๆนึงมากๆฮะ  ช่วงนี้คิดถึงเค้าตลอดเวลา
    ...คิดถึง...คิดถึง...คิดถึง...
    เปนความรักและความคิดถึงที่มีต่อเค้าที่คนอื่นไม่มีใครรู้เลย
    เราเลยคุยกะใครไม่ได้ด้วยสิ
     
    ฝันถึงกันสี่วันติด...อาทิตย์ที่ผ่านมาว้าวุ่นอยู่แต่กะเค้า
    โดยที่เค้าไม่รู้ตัวเลยซักนิด
    จิงๆตอนนี้เราแทบจะไม่ได้คุยกันเลยทั้งๆที่เจอกันอยู่บ่อยๆ
    อยากรู้เค้าเปนยังไง  สบายดีไหม
    สอบแล้วอย่าเครียดนะ แบ่งเวลาพักผ่อนบ้าง
    เราไม่กล้าที่จะไปคุยกะเค้าเพราะเค้าเคยบอก
    ว่ามาคนเข้ามาสนิทกะเค้า พอหลังจากที่ไม่ได้คุยกัน
    ทุกทีที่คนๆนั้นโทรมา  เค้าจะรู้สึกแย่
    เราไม่อยากให้เค้ารู้สึกอย่างนั้นเลย...เลยแยกไปคุยด้วยน้อยลงจนแทบจะไม่คุยเลย
     
    ขอยืมคำๆพูดนึงที่เป็นชื่อเอ็มของนุ่น อังคณาเพื่อนรักสมัยประถมว่า
    "พึ่งจะรู้นะว่าคนๆนึงไม่ได้แค่อยู่ในใจเรา  แต่อยู่ในทุกลมหายใจเข้าออก"
    ยอมรับเลยว่าทุกวันนี้เป็นอย่าคำพูดนี้
     
    สิ่งๆนึงที่เชื่อมเรากะเค้าไว้คือน้องหมา
    จากที่เคยเปนสิ่งมีชีวิตที่เราไม่ชอบเลยเรากลับรักมันขึ้นมามากๆ
    ช่วงนี้บ้าๆไงไม่รู้คิดอยากจะเขียนเรื่องที่เกี่ยวกะเค้าและเราไว้
    ถ้าได้เขียนจะมาให้อ่านในนี้แล้วกัน
     
    ขอจบการเขียนวันนี้ด้วยชื่อเรื่องที่เราอยากจะเขียนว่า
    "ผู้ชายขี้เหงา กับสาวรักหมา"
    อิอิ
    December 19

    วันดีๆวันนึง

    วันนี้เป็นวันดีๆวันนึงในรอบปีนี้เลย
    เริ่มจากเมื่อคืนฝันถึงคนๆนึง  คนที่เปนหนึ่งในคนที่เรา...รัก
    ฝันดีซะด้วยอ่ะ แต่นะก้อต้องถูกขัดด้วยเสียงนาฬิกาปลุก
    ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัว  ออกจากบ้าน 
    เนื่องด้วยยังติดใจกะฝันอยู่ ขึ้นรถเมล์ปุ๊ปเลยข่มตานอนปั๊ป
    ยังหลับไม่สนิทเท่าไหร่โทรสับเจ้ากำดันดัง
    แล้วนอนไม่หลับอีกเลย  เลยนั่งอ่านหนังสือตลอดทาง
     
    ทำไมวันนี้รู้สึกสดชื่นมากๆนะ
    รู้สึกฟ้าแจ่มใสมากกกว่าปกติ
    มาถึง ม เจอน้องดิวบ้านคิดส์เปนคนแรก
    ไม่ได้เจอนานมากๆๆแล้วเลยคุยกันซักพัก
    รดน้ำถั่ว  ทำโน่นทำนี่อีกซักพักก้อไปตลาดนัด
     
    แน่นอนแปดเดือนที่ผ่านมาสิ่งแรกที่ไปตลาดนัดคือ เล่นกะหมา
    วันนี้แค่เห็นก้อตกหลุมรักไปแล้วอ่ะ ลูกหมาสีดำ สีน้ำตาล และสีขาวลายน้ำตาล
    น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ไปนั่งเล่นกะมันอุ้มและเปนครั้งแรกที่ยอมให้หมาเลียหน้า
    มันน่ารักมากๆๆๆๆอ่ะมองตามันแล้วรู้สึกถึงความรักจริงๆ
    อยากเอาไปเลี้ยงแต่ที่บ้านไม่เอื้ออำนวยพอ
    อุ้มเล่นกะมันจนเหลือบมามองนาฬิกา
    โอ้ววเล่นกันน้องหมาไปชั่วโมงนึงแล้วหรอ  นึกว่าแปปเดียวซะอีก
    ก่อนไปในใจภาวนาจิงๆนะว่าขอให้มีคนที่เหนมันแล้วรักเหมือนเรา
    แล้วเราสะดวกสามารถพามันไปเลี้ยงได้  รับมันไปเลี้ยงให้ความรักมันเต็มที่
    บ่ายโมงมาดูอีกทีมันก้อมีคนเอาไปเลี้ยงแล้ว
    ดีใจ  ดีใจมากๆๆ  ดีใจมากๆๆๆถึงมากที่สุด
     
    หลายๆเรื่องวันนี้เราคิดอยากให้มันเปน  มันก้อเปนอย่างที่เราคิดทุกเรื่อง
    วันนี้เลยเป็นวันที่มีความสุขมากๆๆๆๆ
     
    ขอขอบพระคุณอาจารย์เรืองวิทย์และอาจารย์วราลักษณ์
    ที่ยอมให้เราได้มีโอกาสสอนแลปแบบที่เราได้สอนเปนอาจารย์จริงๆ
    ขอบคุณคนๆนั้นที่ทำให้เรารักน้องหมา
    แปดเดือนที่ผ่านมาน้องหมาเปนสิ่งมีชีวิตที่เรารักที่สุด  หลังจากที่แต่ก่อนเราไม่ชอบเลย
    ขอบคุณที่ทำให้เรามีความสุขมากๆกะเรื่องนี้
    วันนี้น้องหมาทำให้เรามีความสุขจริงๆ
     
     
    .................................................................................................................
    December 18

    รักแท้มีอยู่จริง

    วันนี้ได้ฟังเพลงนี้ครับ  นั่งฟังแบบคิดตามจิงๆจัง
    รู้สึกคิดถึงคนๆนั้นจริงๆ  ยิ่งหลังจากดูHappy birthdayแล้ว
    ยิ่งรักยิ่งคิดถึงเค้ามากๆๆ  เฮ้อออออออออออ
     
    ซ่อนตัวเองมานานเท่าไร จะไปกลัวทำไมความรัก
    สิ่งที่เธอไม่เคยรู้จักเลยสักครั้ง
    หากเธอลองมองมาให้ดี ฉันมีเธอในใจเท่านั้น
    แค่เพียงเธอเข้ามาใกล้กันก็จะเข้าใจ


    อาจไม่ดีราวกับเจ้าชาย อาจไม่คล้ายกับคนในฝัน
    แต่ก็พร้อมร้อนหนาวแทนเธอได้เสมอ
    จะกุมมือเวลาร้องไห้ เช็ดน้ำตานี้ให้กับเธอ
    อยู่ปลอบใจไม่ยอมห่างไกลให้เธอได้รู้
    รักแท้ยังมีอยู่จริง

    หนึ่งดวงใจของฉันอาจดูว่าไม่เท่าไร
    ถึงแม้ว่ามันไม่ยิ่งใหญ่พอก็เชื่อในรัก
    หนึ่งดวงใจดวงเดียวจากฉัน ขอทำให้เธอรู้จัก
    เพียงเธอจะเชื่อเหมือนกันกับฉัน
    รักแท้ยังมีอยู่จริง
    December 15

    HAPPY BIRTHDAY หนังดีๆที่ควรดู

    เมื่อคืนก่อนนอนดันเปิดไปดูช่อง 7
    มีรายการ HAPPY BIRTH SPECIAL
    หนังของป๊าอ๊อฟพงษ์พัฒน์  ซึ่งเราชอบมากมาตั้งแต่ ME MYSELF
    และคิดจะไปดูให้ได้  พอดูรายการนนี้จบ
    เลยต้องไปเปิดคอมเชครอบ  มีรอบ สองทุ่มครึ่งนะ
    ด้วยความอยากเลยไปดู
    สมกะที่อยากดูสำหรับเรา  มันสุดๆอ่ะ
    สิ่งที่ได้จากหนังเรื่องนี้ตามที่ป๊าอ๊อฟพูดมาคือ
    จะได้กระดาษห่อของขวัญ  ซึ่งเราต้องไปให้ของขวัญให้คนที่เรารักเอง
    สุดๆอ่ะ  สิ่งที่ได้จากหนังเรื่องนี้สำหรับเรามีเยอะแยะไปหมด
    ได้เหนวิวสวยๆสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองไทย  มุมกล้องทำให้สวยมากๆ
    ได้ดูเนื้อเรื่องความรักของชายคนนึงที่มีให้ ญ ที่เค้ารัก
    ได้ทำให้เราคิดถึงตัวเราเอง  อยากบอกว่ายิ่งดูยิ่งรักเค้ามากขึ้น
    ได้ดูหนังเนื้อเรื่องดีๆอีกเรื่องของหนังไทย
    อยากบอกว่าร้องไห้ตั้งแต่กลางเรื่องเลยทีเดียว
     
    ชอบอ่ะชอบมากอยากให้ทุกคนที่มีความรักไปดู
     
     
    ประโยคนี้ชอบขอเอาขึ้นนะ
    "ไปหาซื้อของขวัญมาให้  แต่ไม่ค่อยมีตังนะ"
    "ไม่เปนไรแค่เภามาก้อเปนของขวัญที่ดีที่สุดแล้ว"
    "งั้นดูแลของขวัญชิ้นนี้ดีๆนะ"
    ."อืม"
    "ต้องดูแลตลอดชีวิตนะ"
    "เออ"
     
    "สิ่งแรกที่เภาลืมตาขึ้นมา เต๊นอยากถามเภาว่าเต๊นดีพอที่จะเป็นแฟนเภาหรือยัง  ดีพอหรือยังเภา"
    December 12

    เป็นพวกคุณ พวกคุณคิดยังไง

    วันนี้เดินข้ามสะพานลอยกลับบ้านที่หน้าปากซอยบ้าน
    สิ่งแรกที่เหนทุกครั้งคือ ลุงแก่ๆคนนึงท่าทางเดินไม่สะดวก
    นั่งอยู่ที่บันไดขึ้นบนสุด  เมื่อเราขึ้นถึงขั้นนั้น
    แกจะเอาแก้วขอตังของแกมาเขย่าให้เรารู้
    เพื่อเรียกให้คนให้เงินแก  แต่เรา...ไม่เคยให้
     
    มีเสียงสองเสียงในหัวเราตลอดเวลาที่เจอ
    เด็กตัวเล็ก คนแก่มากๆ คนพิการ แม่ลูกอ่อนมานั่งขอเงิน
    เสียงนึงก้อบอกว่าอย่าไปให้เพราะเปนการส่งเสริมอาชีพของพวกใต้ดิน
    แล้วก้อเป็นการส่งสริมให้เค้าไม่ทำงาน
     
    อีกเสียงนึงคือสงสารเราก้อพอให้ได้สิบยี่สิบบาท
    ถ้าเราไม่ให้ไม่สงสารเค้าซึ่งเปนเพื่อนร่วมโลกของเราแล้วใครจะช่วยเค้า
    แม่สอนเราเสนอให้มีน้ำใจ  เราควรจะให้เขาบ้างนะ
    อย่างน้อยๆเค้าก้อจะได้มีข้าวกิน
    โดยเฉพาะเดกตัวเลกและคนแก่เนี่ย น่าสงสารมาก
     
    ทุกครั้งที่เจอแบบนี้(จิงๆเจอทุกวันแหละ)เราจะรู้สึกแย่มากๆ
    ที่ตัดใจไม่ให้เค้าเนื่องจากเหตุผลข้างต้นที่เราว่าไป
    และประกอบกับการเจอคนลวงโลกพวกนี้มากมาย
    เช่นคนขายป๊อกกี้ที่ตึกจุลตอนมาบอกว่าซื้อป๊อกกี้ไหมเนี่ยถามแบบคนพูดไม่ชัด
    พอเราไม่ซื้อด่าเราซะชัดถ้อยชัดคำ
    หรือคนหน้า ม ที่แกล้งมาขอตังไปขึ้นรถกลับบ้านนอก
    แต่พอเราจะไปซื้อตั๋วให้กลับวิ่งหนีซะงั้น
    แต่เราไม่ให้ก้อรู้สึกแย่มากๆว่าเราเปนคนใช้ไม่ได้จิงๆ
    นำใจแค่นี้ไม่มีเลย  ไม่มีความเหนใจคนอื่นบ้างเลยย ... เฮ้ออออ
     
    .................................................................................................................................................
     
    วันนี้เป็นวันที่ดวงจันทร์มาอยู่ใกล้โลกที่สุด
    ทำให้เราเหนดวงจันทร์เต็มดวงที่สว่างไสว ดวงใหญ่และสวยสุดๆ
    นั่งมองมาตลอดทางนั่งรถกลับบ้าน
    แล้วก้อแน่นอนพอหันมามองที่นั่งข้างๆ
    ที่ปกติจะมีใครคนนึงนั่งด้วยเสมอ  ทุกวันนี้...เค้า...หายไป
    ......คิดถึง....เป็นห่วง....อยากมีเค้านั่งอยู่ข้างๆเหมือนแต่ก่อน......
    ได้แต่รอๆๆ  อย่างมีความหวัง
    เฮ้อออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    December 11

    ใกล้เข้ามาอีกแล้ว...การสอบ

    เทอมนี้สอบสองตัว  ภาษาอังกิดล้วนๆ
    วันเดียวจบคือวันจันทร์ที่ยี่สิบสอง ทั้งเช้าและบ่าย
     
     
    ใกล้เข้ามาอีกครั้ง วันนี้ไปอ่านสเปซน้องแพท
    นับถอยหลังการสอบแล้วเลยนั่งคิด
    แล้วเราล่ะเมื่อไหร่จะหมด
    ค่าเทอม 26000 บาทลงทีซิสเทอมละหกหน่วย
    มันไม่คุ้มประกอบกับขี้เกียจทำเรื่องเรียนน้อยกว่าแปดหน่วย
    เทอมต่อๆไปก้อคงลงเรียนอีกแระ
    แต่คงลงเรียนภาษาอังกิด  เพื่อพัฒนาตัวเอง
    แอบมีความฝันเล็ก ที่พูดเล่นกะง้วนบ่อยๆ
    แต่กะรูคิดจิงๆคือ อยากไปต่อเอกด้านเจเนติกส์
    ที่ MIT มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลกในด้านนี้
    เหอะๆแต่ภาษาอังกิดอ่อนแอเหลือเกิน
     
     
    ช่วงนี้กลับสู่ภาวะเดิม เกือบๆสองเดือนแล้วนะ
    แต่ทุกครั้งที่นั่งรถกลับบ้านจะต้องมองที่นั่งข้างๆ
    ที่นั่งที่เคยมีใครบางคนนั่งอยู่เรื่อยๆเสมอๆ
    เม้ากันบ้าง เล่นซูโดคุบ้าง อ่านหนังสือบ้าง  หรือแอบหลับบ้าง
    ในขณะกลับบ้าน  แต่ทุกวันนี้...ไม่มีอีกแล้ว
    นั่งเหม่อมองออกไปยังรู้สึกเหงา เคว้งคว้างอยู่ดี
    จะอีกนานไหมที่จะไม่มีความรู้สึกนี้
     
     
    วันนี้อ่านนิทานบีเดิลยอดกวีจบแล้ว ถูกใจประโยคนึงมากคือ
    "Powerful infatuaration can be induced by the skillful potioneer ,
    but never yet has anyone managed to create the truely unbreakable,
    eternal,unconditional attachment that alone can be called LOVE"
    "นักปรุงยาผู้เชี่ยวชาญสามารถสร้างให้เกิดความลุ่มหลงอย่างรุนแรงได้
    แต่กระนั้นไม่เคยมีใครเลยที่สามารถสร้างความผูกพันที่ยั่งยืน ตลอดไป และไม่มีเงื่อนไขใด้
    ซึ่งเป็นสิ่งงเดียวที่สามารถเรียกได้ว่า ความรัก"
    December 09

    จุฬาวิชาการที่ผิดหวังกะคนแย่ๆ และสิ่งดีๆที่เกิดขึ้น

    ไม่ได้อัพเสียนานประมาณสามสัปดาห์ได้
    เนื่องจากจะเอาให้ชัวร์ว่า ซัมวัน จะอ่านสเปซก่อนหน้านี้
    ถ้าอ่านแล้วรู้ตัวว่าเปนคนๆนั้นแล้วยังไม่ได้อ่าน กรุณาลงไปอ่านด้วยครับ
     
    สามอาทิตย์ที่ผ่านมาโอ้วอนิจจามีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย
    สัปดาห์แรกก้อเป็นเรื่องงานจุฬาวิชาการ  งานยิ่งใหญ่สามปีครั้งของจุฬา
    ช่วงเตรียมงาน  ไอ้เราก้อไม่มีหน้าที่เพราะอาจารย์ที่ปรึกษาไม่ได้ทำอะไร
    ก้อเลยว๊างงงงงงว่างงงงงง  ประกอบกับการติด ดอทเอ จึงทำให้เล่นทั้งวี่วัน
    กะน้องง้วน  น้องต้น  น้องตั๋ว  น้องเอก  และเพื่อนเนที่แวะมาทุกวันจันทร์
    ไอ้เราก้อมาแต่เช้าอ่ะนะงาน  ปรากดเห็นอาจารย์เตรียมงานมากมาย
    แน่นอนเราก้อไปช่วย ไม่ว่างจะเปนขนขยะกองมหึมา
    แบกโน่นแบกนี่  สนุกดี  ได้คุยกะอาจารย์หลายๆท่านมากขึ้น
    ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์เรื่องวิทย์  อาจารย์รสริน  อาจารย์ศศิธร
    ขอขอบพระคุณมากครับที่เรียกผมว่า ป๊อป ทำให้ผมรู้สึกเป็นกันเองมากๆ
     
    แต่ส่วนของน้องๆมีปัญหาเยอะ  สงสารง้วน ปาล์มที่ทำงานในฝ่ายที่หนัก
    แล้วก้อต้องทำกันไม่กี่คน  เลยได้ไปช่วยบ้าง แย่จังรู้สึกว่าทุกคนไม่สามัคคีกัน
    พอถึงวันงานวันแรก  ไอ้เราก้อมาผสมถั่วแต่เช้าตามปกติ
    อย่างแรกที่ทำให้รมณ์เสียเลยคือ ฟอเซ็ป หายเลยตื่นเช้าไปฟรี
    ไม่เปนไรพอแปดโมงอาจารย์หลายท่านก้อมา
    แล้วมาถามที่ห้องภาคว่างานเปิดกี่โมง  เราก้อเลยบอกไปว่าตามส่วนกลางเปิดเก้าโมง
    แปดโมงครึ่ง แปดโมงสี่ห้า  ห้าสิบ คนที่มาคือ
    น้องดี น้องโอปอ น้องนุ้ย น้องปอ น้องนานา น้องแจน แล้วก้อพงษ์
    เหอะๆ ปีสองทั้งนั้น  แล้วก้อไม่สามารถมาทำไรได้
    เราก้อต้องไปเอาวอล จากส่วนกลาง(น้องปีสามคนนึงไปเอา)
    แล้วก้อต้องคอนโทรลงานเอง
    กว่าจะได้เปิดภาคจำได้เลย  สิบโมงแถมเปิดในห้อง 118 ไม่ได้เพราะมีเจี๊ยบมาคนเดียว
    แล้วเจี๊ยบเสนอว่าถ้าไม่พร้อมไม่อยากให้เปิด ซึ่งเราก้อเห็นด้วย
    เหอะๆวิ่งเหนื่อยอยู่คนเดียวแทบทั้งวัน
    โอเค๊เปนเพราะน้องๆปีสี่เตรียมงานถึงตีห้า หกโมงเช้า
    ซึ่งมีอาจารย์หลายๆท่านเห็นใจ  แต่อยากถามว่าถูกหรอ
    ถ้าคุณเตรียมสัมมนาถึงหกโมงเช้า พูดเก้าโมงคุณมาสิบโมงได้มั๊ย
    หึหึ  โอเควันนี้ยอม  ยังไงเราก้อทำเพื่อภาค
     
    แต่วันที่สอง สาม สี่ และห้าไม่มีไรดีขึ้นเลย
    หึหึ ง่ายดีจังกว่าปีสี่จะมาสิบโมง  สิบเอ็ดโมง
    ไม่ได้อยากว่า  แต่อยากสอนมากกว่าว่าคุณทำอย่างนี้ในชีวิตจริงๆได้ไหม
    ขอบคุณที่ไม่เข้าใจแต่ก้อไม่เคยหวังให้เข้าใจอยู่แล้ว
    แล้วก้อคิดไว้แล้วว่าต้องโดนด่าลับหลัง
    ว่ามายุ่งมาวีนทำไม  ช่างเหอะแค่อยากจะบอกว่าที่พวกคุณทำคนที่เสียชื่อ
    คือภาควิชาพฤกษศาสตร์ ไม่ช่ายพวกคุณ
    ที่ผมทำก้อไม่ช่ายเพื่อตัวเอง แต่เพื่อภาคที่ผมรัก
    พวกคุณไม่รักเลยทำก้อเรื่องของพวกคุณ
    แค่จะเตือนว่าปีหน้าพวกคุณจบพวกคุณลองไปทำอย่างนี้ดู
    ว่าที่ทำงานจะยอมพวกคุณไหม
     
    งานจุฬาวิชาการเที่ยวนี้ไม่รู้เหมือนกัน
    เรารู้สึกว่าจัดไม่สมศักดิ์ศรีของจุฬาเท่าไหร่
    เลยรู้สึกผิดหวังกะงานนนี้พอสมควร
     
    พอหมดจุฬาวิชาการแน่นอนเพราะการที่ไม่ได้พักเลย
    ร่างกายเราเลยร้อนขึ้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    จนเราทนนั่งเรียน translation for graduate study ไม่ไหว
    แล้ววันอังคารก้อเลยต้องไปหาหมอ
    โดนฉีดยามาสองเข็ม  แต่รู้สึกดีมากกะหมอที่อนามันจุฬา
    เพราะตรวจเราอย่างละเอียดและนานมากๆๆจนสรุปว่าเราไม่ได้ติดเชื้อ
    เป็นเพราะเราไม่ได้พักผ่อน  และแล้วเลยแจกยานอนหลับมาห้าเม็ดเพื่อให้เรานอน
    งานนี้ต้องขอบคุณเปียเพื่อนรักที่มาเป็นเพื่อน เพราะไม่มีใครมากะเราเลย
     
    เรื่องแย่ๆที่เจอจบไปมาถึงเรื่องดีๆ
    ก่อนอื่นก้อขอย้อนกลับไปในช่วงงานจุฬาวิชาการ
    เป็นครั้งที่สามในชีวิตที่ได้ยืมรอรับเสด็จสมเด็จพระเทพกะอาจารย์ที่ภาค
    ในช่วงที่เสด็จพระราชดำเนินส่วนพระองค์มาเยี่ยมชมงาน
    แล้วที่สำคัญได้รู้ว่าแอ้มหลานรหัสที่รักได้ถวายรายงานด้วยย
    ดีใจแทนน้องจิงๆๆๆๆๆๆ
     
    เรื่องดีๆอีกเรื่องคือวันที่ห้าธันวา
    วันพ่อแห่งชาติเราไป ม เพื่อรดน้ำถั่ว
    สิ่งที่เราไม่คาดฝันก้อเกิดขึ้น
    ถั่วที่เราต้องการให้เปนดอกสีม่วง  มันออกดอกมาเป็นสีม่วงจริงๆ
    ดีใจมากๆๆๆ  ออกมาสองต้นแล้ว ณ ตอนนี้
    โอเคช่ายมันยังไม่พอที่เราต้องการคือร้อยเมล็ด
    แต่เราได้มาน่าจะประมาณยี่สิบเมล็ด  โอ้วววววววว
    อย่างน้อยๆมันก้อทำให้เรายิ้มออกมา  มีความสุขมากๆๆ
    และที่สำคัญเราเริ่มเหนแววจบมารำไรแล้ววว
    ขอบคุณทุกอย่างจิงๆที่ทำให้มันเกิดเปนสีม่วงที่รอมานาน
    ดีใจมากจนไม่รู้จะพูดไงเลยทีเดียว
     
     
    ไม่ได้เขียนนานเลยเขียนซะยาว
    ต่อไปจะเขียนให้บ่อยขึ้นแล้วคงไม่ยาวเท่านี้
    ขอขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่าน
    และทนฟังเราบ่นๆๆๆตามสไตล์เราจนจบ
    เราคงกลับมาเขียนอีกเรื่อยๆแล้ว
     
    ไงวันนี้แค่นี้ก่อนสุดท้ายนี้ทิ้งท้ายด้วยประโยคเด็ด
    ของน้องบู๋สองประโยคนี้
     
    กูยอมได้ทุกอย่าง แต่ถ้า ญ มาร้องไห้ต่อหน้า กูยอมไม่ได้
     
    ก้อกูแคร์  เพราะกูรัก