| Fergy's profilePoPcOrNPhotosBlogLists | Help |
|
June 12 ฝนตกกะวันที่สองที่เชียงใหม่เมื่อวานตื่นตั้งแต่ตีห้าสี่ห้าหลังจากล้างหน้าแปรงฟันแล้วหกโมงก้อลงแปลงผสมถั่วทันที โอ้ววพระเจ้าพันธุ์ CM60 จิงๆดอกมันเป็นสีขาวทำไมที่นี่ดอกเป็นสีม่วงฟ่ะ เลยผสมไปก่อนแล้วเก็บรอถามอาจารย์ เส็ดตอนแปดโงหลังจากอาบน้ำแต่งตัวแล้วก้อมานั่งเล่นที่ธุรการกะจอย แล้วสิบโมงอาจารย์ก้อมาเลยได้ทีถาม ซวยแล้วเกิดการปนเปื้อนของพันCM60 ทำให้เราผสมต่อไม่ได้ ต้องรอดูชุดใหม่อีกสิบวันว่าดอกจะเปนสีอาราย ถ้าเปนสีขาวก้อรอดตัวแต่ถ้าเปนสีม่วงล่ะ ซวยยยยยย เราเลยเสนอให้อาจารย์เตรียมแปลงปลูกใหม่ซะเลย อาจารย์ก้อตกลง แล้วคงเริ่มปลูกในวันรุ่งขึ้น เฮ้อออออ คุณพระคุณเจ้าขอให้ดอกเปนสีขาวทีเถอะ ถ้าเปนสีม่วงท่าทางจะได้อยู่ยาวแน่ๆๆๆๆเลย หลังจากนั้นอาจารย์ก้อไปประชุมตอนสิบโมงครึ่ง เราก้อเริ่มง่วงๆอ่ะนะเลยแอบไปงีบตื่นมาเกือบๆเที่ยง อาจารย์ก้อพาไปแนะนำตักะอดีตอธิการบดี ม แม่โจ้ที่มาทำงานวันนี้กะน้องแอน พอเที่ยงน้องแอนกะเราเลยขับรถเครื่องของน้องแอนไปกินข้าว ที่ร้านเดอะเชฟ หน้า ม ไม่มีอารายมากเพราะเปนอาหารตามสั่ง หลังจากนั้นตอนบ่ายก้อเข้าเล็กเชอร์สรีระวิทยาของถั่วเหลืองถึงสี่โมง ระหว่างเบรกตอนบ่ายสองมีน้องป ตรี ชื่อน้องเขียด อาจารย์ก้อแนะนำให้รู้จักและฝากฝังให้เรากะน้องแอนดูแล (กูจะดูแลเรื่องอะไรน้องเค้าฟ่ะ) อันนี้คือคำถามในใจที่คิดขึ้น หลังจากนั้นครึ่งหลังก้อโดนเลกเชอร์ไปอีกถึงสี่โมงก้อแอบๆๆหลับไปบ้างนิดหน่อย บ่ายสี่ฝนตกกกก ทำเอาไฟดับ เซ็งโคตรๆๆๆ เลยไปเดินตลาดนัดได้ของกินมานิดหน่อย กลับมานอนเล่นซักพักหกโมงครึ่งไฟก้อติด แต่สายแลนเสียยยยย ออนเอ็มไม่ได้เสียใจเปนที่สุด นั่งดูทีวีไปเรื่อยๆก้อง่วงเลยหลับไป อ๋อ ได้คุยกะสาวบีน้องรักซักพักด้วย ปล. - ที่เชียงใหม่อากาศเย็นโคตรๆ ไฟดับไม่มีพัดลมยังเยนเลยยย ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชุ่มปอดซะที - แล้วก้อยังไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยเฮ้อออออออ - คิดถึงทุกคนมากมาย แต่ไม่ต้องห่วงนะคนที่นี่ดูแลเราดีมากๆๆ - จะพยายามหาเวลาว่างไปเดินเที่ยวหาของฝากให้ละกัน - ทุกคนที่บ้านคิดส์เปนไงบ้างงงงง เมื่อวานวันเกิดน้องดิวสุขสันต์วันเกิดด้วย - หลังจากห้าโมงทุคนโทรหาเราก้อได้นะเพราะอยู่คนเดียวอ่ะ มีเหงาบ้างเล็กน้อย 555 - และช่วยภาวนาให้ดอกเปนสีขาวทีเถิดดดดดดดด
June 11 การเดินทางมาเชียงใหม่ กะวันแรกที่มาถึงหลังจากเมื่อวันจันทร์ประชุมภาคเส็ดตอนหกโมงสิบนาที
ก้อได้มานั่งดูคอนเสิร์ตซียูแบน กะที่บ้านคิดส์
เพราะดีเนอะ แต่แทบจะไม่รู้จักเลยซักเพลง 555
แถมเรื่องเครียดๆๆเพราะทำน้องใบตองงอนอีกกก
แงๆๆๆๆๆๆๆๆ
สองทุ่มสิบนาทีก้อพักครึ่ง เรา เพียว เอ็ม และน้องวีก้อเลยออกมาก่อน
เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ
และเริ่มแยกย้ายกันไปจนเหลือตัวเรากะน้องวีที่สถานีหมอชิตตอนสามทุ่ม
รอรถเมล์ไปศูนย์นครชัยแอร์นานมากกก
กว่าจะได้ขึ้นรถก้อเกือบๆสามทุ่มครึ่ง
เดินทางสิบนาทีก้อถึงนครชัยแอร์ขึ้นรถตอนสามทุ่มสี่ห้า
หลังจากโทรบอกแม่ และคนสำคัญอื่นๆว่าขึ้นรถแล้วก้อนั่งฟังเพลง
สักพักบนรถก้อเปิดบางรักซอยเก้า
ตอนเสียเครดิตหมดกะตู้ซ่อนเงิน
จบก้อห้าทุ่มครึ่งซึ่งถึงอ่างทองแล้วว
แล้วรถก้อปิดไฟ คนอื่นๆก้อนอนกัน
เราสิเอนเบาะไปแล้วนอนไม่ค่อยหลับ ทั้งยังมีคนนอนกรนอีกกก บนรถทัวร์จะบ้าตายย
เราเลยขึ้นมาอ่านนิยาย คินดะอิจิถึงซักตีสองซึ่งรถก้อเลยจังหวัดนครสวรรค์มาแล้วว
เริ่มง่วงแล้วซิเลยเอนเบาะอีกครั้ง นอนหลับๆตื่นๆจนถึงตีห้าก่าๆๆๆฟ้าเริ่มสางแล้ววว
ก้อเลยตื่นซึ่งก้อเข้าเลยจังหวัดลำปางแล้ววว
นั่งซักพักก้อรู้สึกอยากนอนอีกเลยจะเอนเบาะ
แต่คนข้างหลังเราดันทักว่าอย่าเอนเบาะได้ไหมคะ ซะงั้น
เลยไม่ได้นอนเลย หกโมงถึงลำพูน และหกโมงสี่สิห้าก้อถึงท่ารถเชียงใหม่
เออบนรถมีของว่างให้กินตอนออกจากหมอชิตคือน้ำผลไม้กะเลย์ห่อละหกบาทอีกห่อ
พอรถออกมาซักพักก้อมีแซนวิซให้
ตอนใกล้ๆถึงเชียงใหม่มีแลตตาซอยให้กินอีกกล่อง
ก้อถือว่ารองท้องได้ ไม่กล้ากินเยอะด้วยเด๋วเกิดอยากถ่ายจะแย่ 555
พอมาถึงเลยโทรหาอาจารย์เรืองชัย อาจารย์มารับตอนเจ็ดโมงครึ่ง
แล้วพาเราไปตลาดแม่โจ้ ระหว่างทางอาจารย์ก้อบอกทางมาเยอะแยะเลย
ยอมรับจิงๆๆตอนนี้จำไม่ได้ ไว้ได้โอกาสหนีเที่ยวก่อน อิอิ
มาถึงที่พักจิงๆแล้วเปนห้งอทำงานของอาจารย์ที่อยู่ข้างๆแปลงทดลอง
มีสามห้องห้องนึงคือห้อที่เรานอน อีกห้องเปนห้องเก็บของ
แลอีกห้องเป็นห้องธุรการที่มีคนรุ่นเดียวกะเราทำงานอยู่คนเดียวชื่อ จอย
แล้วอาจารย์ก้อพาไปแนะนำคนโน้นคนนี้เยอะแยะไปหมด
ตั้งแต่พี่คนดูแลอาคารที่เรานอน พี่จรูญ พี่ศักที่คอยหาของให้และจักรยานให้ยืมใช้
พี่แว่นที่คอยแนะนำงานเราในแปลง
แล้วอาจารย์ให้พักยี่สิบนาทีเลยถือโอกาสอาบน้ำ
แล้วมาเรียนเลกเชอร์เรื่อง สรีระวิทยาของถั่วเหลือง
กะอาจารย์ที่มาดูงานจากประเทศลาว สอง คน ยอมรับจิงๆยังจำชื่อไม่ได้
ชายคน ญ คน กะน้องที่เรียนป โทปีหนึ่งที่นี่อีกคนนึงชื่อน้องจอย ซึ่งน่าจะทำแลปกะอาจารย์พอดี
ตอนเที่ยงอาจารย์พาไปทานข้าวที่ร้านป้าต้อยใกล้ๆนี่
แล้วเราก้อต้องเข้าแลปของอาจารย์สุภัทร
ไปเรียนรู้กระบวนการกลั่นน้ำมันหอมระเหยออกจากพืชสมุนไพร
เรามานี่เค้ากะลังสนใจยูคาลิปตัสกันอยู่
และมีตะไคร้หอมด้วย เค้าผสมทำเปนเสปย์ไล่ยุ่ง
เด๋วจะเอาไปฝาก มีเยอะมากแล้วอาจารย์ให้
แต่กระบวนการเค้าง่ายอ่ะจิงๆๆเราเอาไปทำที่บ้านเองก้อได้นะเปนค่าการสกัดด้วยไอน้ำธรรมดาเอง
ตอนบ่ายสามอาจารย์พาทัว ม แม่โจ้
แล้วมาส่งเราตอนสี่โมงเราก้อนั่งเล่นคุยกะจอยถึงห้าโมง
จอยก้อเลิกงานกลับไปแล้วเราเลยไปชวนอาจารย์จากลาวไปกินข้าวที่โรงอาหาร
ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักเราไปประมาณกิโลนึง
กินเส็ดกลับมาอาบน้ำ ออนเอ็มรอสาวตาลกะสาวบีเพื่อบอกว่าพี่ออนได้
แต่กว่าสาวเจ้าจะออนเล่นซะสามทุ่มรอจนหนังตาจะปิด
แต่ก้อได้คุยกะบางคนให้สดชื่นอยู่บ้างนะอิอิ
พอบอกตาลกะบีเส็ดก้อปิดคอมปิดไฟนอน
หลับเป็นตายไปเลยย June 01 บันทึกคนแก่คนนึงในบ้านคิดส์ความรู้สึกดีๆคงอยู่ในใจไม่จางหาย
คำนี้คงเปนคำที่ดีที่สุดที่จะบอกได้ในตอนนี้ กับสิ่งสำคัญที่สุดในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สิ่งที่ไม่สามารถมองเหนได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งคือ ความรัก ความผูกพัน ความอบอุ่นเหมือนครอบครัว ซึ่งทุกๆอย่างรวบรวมไว้ในคำง่ายๆสองคำ คือคำว่า "บ้านคิดส์"
หลายคนคงสงสัยว่าทำไมนะ แก่ป่านนี้แล้ว ทำไมยังทำบ้านรับน้อง พี่เชื่อว่าคำถามนี้คงเกิดกับน้องแทบทุกคน รวมทั้งเพื่อนๆ และคนรอบข้างพี่ แต่ไม่มีครายซักคนที่รู้หรอกว่าทำไม แม้แต่ตัวพี่เองก้ออธิบายมันออกมาไม่ได้
พี่เป็นคนนึงที่มารับน้องบ้านนี้ตั้งแต่ปีหนึ่งทั้งๆที่ชื่อของพี่อยู่บ้าน AB normal แต่เนื่องจากเพื่อนๆที่ รร เก่าของพี่ซึ่งมีอยู่น้อยนิดในจุฬาอยู่บ้านนี้กัน สมัยก่อนนั้นบ้านนี้เปนบ้านที่มีคณะสัตวแพทยย์ทำเยอะมาก โดยมีเสื้อบ้านสีขาวสกรีนทำว่าKIDS และกางเกงบ้านสีแดง ปีนั้นมีการรับน้องสองวันและไม่ค้าง พี่มาแค่วันแรกวันเดียวเนื่องจากขากลับตกเรือทำให้ขาแพลง
แล้วก้อไม่มีความผูกพันไรกะบ้านนี้เลย จนกระทั่งชีวิตปีหนึ่งซึ่งแสนจะหดหู่ในเรื่องการปรับตัว เพื่อน หรือแม้แต่เกรดมาประทังในชีวิต เริ่มรู้สึกท้อแท้ขณะที่นั่งอยู่ใต้ตึกไซน์ก้อมี ญ คนนึงเดินเข้ามาถามว่า “น้องบ้านคิดส์รึป่าวคะ” แล้วหลังจากนั้นก้อได้คุยกะพี่กลุ่มนั้นจนได้ระบายทุกสิ่งทุกอย่างออกมา หลายอาทิตย์ต่อจากนั้น พี่บ้านคิดส์ ผลัดกันโทรมาหา โทรมาเพื่อช่วยเหลือน้องคนนึงซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกะเค้าเลยเว้นแต่คำว่า “บ้านคิดส์”
หลังจากนั้นความรักในบ้านนี้ก้อเริ่มเข้ามาเรื่อยๆ วันที่ทำบ้านรับน้องตอนปีสองไม่มีแกนสัน พี่ก้อรับว่าจะเปนเอง และได้รับคำถามนึงถามมาว่า Popมาทำบ้านรับน้องนี้เพื่ออะไร ณ เวลานั้นตอบไปว่าเพื่อให้น้องได้เจอสิ่งดีๆแบบที่ตัวพี่เองเคยเจอ แล้วมีพี่คนนึงบอกว่า พี่ดีใจที่Popคิดแบบนี้นี่คือสิ่งที่พวกพี่อยากส่งต่อให้รุ่นน้อง พี่ขอฝากบ้านนี้ให้Popนะ หลังจากนั้นปีนั้นเกิดเรื่องต่างๆมากมาย คนไม่พอที่จะสมัครบ้าน ต้องเดินขอบัตรนิสิตคนจากใต้ตึกบ้าน โรงอาหารบ้างเพื่อให้มีบ้านนี้ต่อไปให้น้องๆ และแล้วปีนั้นก้อผ่านมาได้ด้วยดี
ปีต่อมาเกิดปัญหาที่มีคนมาไล่พี่ออกจากบ้านเนื่องด้วยพี่ไปขัดอารายเค้าก้อแล้วแต่ จนพี่ตัดสินใจทิ้งคำที่พี่รุ่นก่อนๆฝากพี่ไว้กะบ้านลง แต่แล้วคำว่าบ้านคิดส์คงไม่อยากให้พี่ไปตามที่พี่คิดนะ พ่อบ้านแม่บ้านรุ่นนั้น ได้ไปเชิญพี่ปีก่อนๆมาช่วยพูดให้พี่กลับมาบ้านอีกครั้ง โดยบอกว่าคนที่ไล่พี่นั้นมีเพียงสองคน ขณะที่ทุกคนในบ้านต้องการให้พี่อยู่กะบ้านต่อไป แต่ก้อไม่ได้ทำอารายมากนักจนน้องรุ่นนี้อาจจะไม่รู้จักพี่มากนัก
จนกระทั่งปีสี่เนื่องด้วยความโชคร้ายที่พี่รับตำแหน่งในสโมสรนิสิตคณะ จึงเปนเหตุให้ทำบ้านไม่ได้ พี่ก้อเลือกที่จะเปน รปภ งานรับน้องตรงบริเวณที่บ้านอยู่ แล้วแน่นอนพี่ทิ้งมันไปไม่ได้หรอกพี่ก้อวิ่งเข้าไปขอสอนบูมบ้าน แถมยังไปเล่นเกมส์ต่างๆในนามบ้านเพื่อแข่งกะบ้านอื่นๆด้วย และมันก้อจบลงโดยพี่ไม่ได้สนิทอารายกะน้องรุ่นนั้นเลย (รุ่นพี่แพรว พี่เล้ง)
จนกระทั่งพี่เปนบันดิดพี่พูดตรงๆว่าด้วยความที่พี่ไม่ได้ทำอารายให้บ้านมาสองปีแล้ว วันรับน้องพี่จึงโทรหาพี่แอน(รหัส47) ซึ่งเปนน้องที่พี่สนิทตอนพี่ทำปีสอง ว่าบ้านอยู่ไหนอยากมาและได้มาบ้านที่ตรงบริเวณตึกไซน์ ปีนั้นมาด้วยความบ้าระห่ำจิงๆเพราะคิดว่าคงจะไม่ได้ทำบ้านอีกน้องๆจะทำไรขอแทรกของเสือกไปหมด ทั้งสอนบูมบ้าน นำสันตอนไปโต้กะบ้านอื่นและอื่นๆอีกมากมาย แต่พี่พลาดตรงที่พี่ไม่ได้ไปสนิทกะน้องๆเลย วันเลี้ยงบ้านพี่ก้อไปไปนั่งโดยที่รู้จักน้องไม่กี่คน ทริปสวนรถไฟพี่ติดงานก้อไม่ได้ไป แล้วบ้านคิดส์ก้อหายไปจากพี่
จนวันใกล้วันรับน้องเข้ามาสิ่งที่พี่คิดขึ้นมาได้คือบ้าน บ้านชั้นจะมีไหม มาดูในเอ็มก้อไม่รู้จะถามครายไม่รู้จะทำไงดี รู้อย่างเดียวว่าอยากรู้ว่าบ้านยังมีอยู่ไหม แล้วเปนไงบ้าง จนกระทั่งพี่มาเหนเมล์ของพี่ชับ ว่ามีนัดบ้านวันเสาร์ แน่นอนพี่เคลียทุกอย่างในวันเสานั้นออกไปและมาบ้าน สิ่งที่เจอวันนั้นคือน้องๆซึ่งพี่ไม่รู้จักเลย นอกจากเพียวซึ่งเปนน้องคณะ และวันนั้นคำถามที่พี่เคยได้รับพี่ก้อถามออกไปว่า น้องๆมาทำบ้านเพื่ออะไร ณ ตอนนั้นพี่หวังแค่ว่าอยากให้น้องที่มาทำบ้านได้รับสิ่งที่น้องต้องการ ไม่ว่าอยากมาช่วยเพื่อน มาทำตามหน้าที่ อะไรก้อช่างพี่หวังว่าน้องจะได้ในสิ่งที่น้องต้องการ
และเปนความโชคดีมากที่พี่ทำวิจัยเลิกตอนบ่ายพี่ไม่มีไรทำพี่ก้อมาบ้านได้แทบทุกวัน มาซ้อมมาเหนความผูกพันของน้องๆที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ มันเริ่มทำให้พี่รู้สึกถึงตนที่พี่เปนปีสอง ว่าบ้านคิดส์ในยุคนั้นก้อไม่ต่างจากบ้านคิดส์ในปีนี้ สิ่งๆนี้มันหายไปหลายปีอยู่นะ หรือเป็นเพราะพี่ไม่ได้เข้ามาอยู่กะมันอย่างจิงจังในสองสามปีหลัง แต่ก้อด้วยสิ่งๆนี้แหละที่ทำให้พี่รู้สึกว่า ชั้นจะกลับมาทำบ้านดีกว่า เหมือนการจุดไฟการทำบ้านให้พี่อีกครั้งงง
อย่างที่พี่เคยบอกไปว่าคนเราจะรู้จักกัน สนิทกัน รักกันถ้าได้อยู่ร่วมกัน ซึ่งน้องๆปีสองปีนี้ทำได้ดีมาก มากจนพี่ประทับใจถึงได้อยู่เปนที่ปรึกษาให้น้องๆตลอดมา น้องๆหลายคนบอกพี่เปนหลักให้บ้าน จิงๆแล้วน้องๆต่างหากที่เปนหลักของบ้านนี้ พี่แค่คอยมาช่วยน้องๆแค่นั้นเอง ทริปบ้านที่จัดขึ้นก้อเนื่องด้วยความไม่ลงตัวของชีวิตพี่เลยไม่ได้ไปด้วย แต่พี่ดีใจมากๆกะปีนี้คือการมานั่งร่วมกันทำงาน ไม่ว่าจะเปนสมุดบ้าน สายสิณจน์ หรือสิ่งอื่นๆ มันทำให้รู้สึกดีมากๆๆจิงๆๆนะ พี่ได้เหนน้องๆสนิทกันมากขึ้นพี่ก้อรู้สึกดีมากๆๆขึ้นไปอีก จนวันรับน้องจิงก้อไม่มีอารายต้องห่วงน้องๆปีสองแล้ว
ช่วงรับน้องที่ผ่านมามันเปนช่วงที่พี่กลับมามีไฟใหม่อีกครั้งในการทำเพื่อน้อง น้องๆรุ้ไหมว่าสิ่งที่พี่คิดอย่างแรกก้อคือน้อง ตอนน้องๆโดนกักข้ามฝั่งทำไมนะถึงรู้สึกว่าน้องร้อน น้องหิว น้องจะแย่ ถึงเหนพี่วิ่งไปโวยวายเพื่อจะให้น้องได้ไปที่บ้านไปพักเยนๆ ดื่มน้ำให้หายหิว หิวนะหิวมากด้วย แต่ถ้ายังไม่เหนน้องอิ่มทำไมพี่กินข้าวไม่ลง ตอนสันรวมบ้านเราก้อเปนบ้านเดียวที่ร้อน ถึงแม้จะกะลังมัน แต่พี่ก้อคิดอยากให้หยุดก่อน ตอนคอนเสิร์ตฝนลงเม็ด แต่น้องอยากไปดูพี่ก้อพูดจิงๆว่าไม่อยากให้น้องไปดูเลย ช่วงวันรับน้องเปนช่วงวันที่เหนื่อยจิงๆเนอะเหนื่อยมากๆ แต่เมื่อใดที่หันไปเหนน้องๆบ้านของพี่ยิ้ม ทำไมมันทำให้สดชื่นขึ้น ทำไมมันทำให้มีแรงที่จะทำไปต่อไป
พี่ได้คอมเม้นมาว่าพี่เข้าไปยุ่งกะน้องเกินไป พี่ควรปล่อยให้น้องๆทำเอง พี่ก้อต้องขอโทษกะน้องๆปีสองปีนี้ด้วย ถ้าน้องรู้สึกอย่างนั้น
พี่รู้สึกว่าพี่เขียนมันออกมาไม่ดีเลยทำไมนะ
พี่ตั้งใจว่าปีนี้คงเป็นปีสุดท้ายแล้วของพี่ในบ้านคิดส์ ทั้งๆที่ พี่ยังอยากทำอยู่เลย แต่อย่างที่พี่พูด ตอนปีหนึ่งพี่เปรียนเสมือนเทียนเล่มใหม่ยังยาวแล้วมีไขช่วยหล่อเลี้ยงเปลวไฟอยู่ ยิ่งผ่านไปนานวันเทียนนี้ก้อสั้นลงทุกทีทุกที จนมันดับไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว ทั้งๆที่ยังค้างคาอยู่ที่ว่าจะมีคนมาดูแลบ้านนี้ต่อไปไหม พี่ๆที่เคยฝากเราดูแลบ้านนี้ เราทำให้เค้าผิดหวังไหมทั้งๆที่พี่ยังรู้สึกว่าน้องๆบ้านยังไม่เข้าถึงอารมที่พี่มีเลย จนกระทั่งได้มานั่งดูมาซ้อมสันกะน้องปีสองปีนี้ เทียนที่เหมือนจะดับกลับเริ่มมีไฟอีกครั้งยิ่งนานวันไฟนี้ก้อยิ่งแรงส่องสว่างมากขึ้น แต่อย่างว่าเทียนเล่มนี้ไส้เทียนเหลือน้อยเต็มที มันคงจะดับจิงๆในไม่ช้า แต่มันทำให้พี่หมดห่วงแล้วนะว่ามีคนสืบทอดสิ่งที่พี่หวังไว้แล้ว พี่คงสามารถตอบพี่ที่ฝากบ้านไว้กะพี่ได้แล้วว่า บ้านเราจะเปนบ้านที่ให้ความรัก ความอบอุ่น กะน้องเฟชรชี่ที่โชคดีได้มาอยู่บ้านหลังนี้ต่อๆไปได้อย่างแน่นอน และแน่นอนว่า พี่ต้องพูดคำๆนี้ต่อให้น้องที่มีใจรักในบ้านนี้ต่อไปว่า “ พี่ฝากบ้านคิดส์ที่รักของพี่ไว้กับน้องทุกคนด้วยนะ ” |
|
|